บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กินฺเต วตํ ความว่า อาตมาภาพถามว่า
อะไรเป็นวัตรสมาทานของท่าน. บทว่า พฺรหฺมจริยํ ความว่า อะไรเป็น
จรรยาอันประเสริฐของท่าน ?
บทว่า โอปานภูตํ ความว่า (นาคราชตอบว่า) คราวนั้นเรือนของ
ข้าพเจ้า เป็นเหมือนสระโบกขรณี ที่ขุดไว้ในหนทางใหญ่ ๔ แพร่ง มีสมบัติ
อันสมณพราหมณ์ผู้ตั้งอยู่ในธรรม พึงบริโภคได้ ตามสบาย.
บทว่า น จ สสฺสตายํ ความว่า นาคราชนั้นกล่าวแก่อาตมาภาพว่า
ความจริง วิมานนี้ แม้จะเป็นของตั้งอยู่ได้นาน ก็มิใช่เป็นของเที่ยง. อาฬาร-
ดาบส กล่าวหมายถึงบุตรพรานไพรว่า ผู้มีอานุภาพน้อย. บทว่า หนฺติ
ความว่า (อาฬาร กุฎุมพี ถามว่า) เพราะเหตุไร บุตรพรานไพรจึงเอาหลาว
แทง เบียดเบียนได้ในที่ทั้งแปดแห่ง. บทว่า กึ ปฏิจฺจ ความว่า ท่าน
ย่อมมาสู่เงื้อมมือ คือเข้าถึงอำนาจของเหล่าวณิพกในครั้งนั้น เพราะมุ่งหมาย
อะไร ? บทว่า วนิพฺพกานํ ความว่า บุตรพรานไพรทั้งหลาย ท่านเรียกว่า
วณิพกในที่นี้.
บทว่า เตโช นุ เต อนฺวคตํ ทนฺตมูลํ ความว่า เดชของท่าน
เป็นอย่างไรหรือ เพราะเห็นพวกบุตรพรานในคราวนั้น ภัยใหญ่ไปตามท่านหรือ
ว่าพิษอันมีเขี้ยวเป็นมูลไม่ไปตามท่าน. บทว่า กิเลสํ ได้แก่ ทุกข์. บทว่า
วณิพฺพกานํ ความว่า เพราะอาศัยอะไร ท่านจึงถึงทุกข์ในสำนักของบุตรพราน
ทั้งหลาย คือ เพราะอาศัยพวกบุตรนายพราน.
บทว่า เตโช น สกฺกา มม เตภิ หนฺตุํ ความว่า นาคราช
ตอบว่า เดชคือพิษของเราไม่สามารถที่เบียดเบียนโดยเดชของผู้อื่น คือชน
เหล่านั้นได้. บทว่า สตํ ได้แก่ สัตบุรุษทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น.