Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 693

เล่ม มมร. 61 หน้า 693 ข้อ 2518
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เย พหุานจินฺติโน ความว่า ชน เหล่าใด รู้เหตุการณ์ได้ยาก. บทว่า นาคญฺจ ความว่า เพราะได้ฟังถ้อยคำ พญานาคราช และของท่านผู้มีปกติอยู่ด้วยความไม่ประมาทอย่างนั้น (ข้าพเจ้า จักสร้างบุญกุศลนานัปการ). ลำดับนั้น เมื่อดาบสจะยังพระอุตสาหะให้เกิดแก่พระราชา จึง กล่าวคาถาสุดท้าย ความว่า ขอถวายพระพร ชนทั้งหลายเป็นพหูสูต ค้นคิด เหตุผลได้มาก ชนเหล่านั้น เป็นคนมีปัญญา บุคคล ควรคบหาโดยแท้ทีเดียว ดูก่อนราชันย์ เพราะทรงสดับ เรื่องราวของนาคราช และของอาตมาภาพแล้ว ขอ พระองค์โปรดทรงบำเพ็ญกุศลให้มาก. ดาบสนั้น แสดงธรรมถวายพระราชาอย่างนี้แล้ว อยู่ในพระราช อุทยานนั้นแล ตลอด ๔ เดือนฤดูฝน แล้วกลับไปยังหิมวันตประเทศอีก เจริญพรหมวิหาร ๔ ตราบเท่าชีวิต ได้เป็นผู้เข้าถึงพรหมโลกแล้ว. ฝ่ายสังข- ปาลนาคราชอยู่รักษาอุโบสถตลอดชีวิต ส่วนพระเจ้าพาราณสี ก็ทรงบำเพ็ญ บุญมีทานเป็นต้น แล้วต่างไปตามยถากรรมของตน ๆ. พระบรมศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงจบแล้ว ตรัสว่า โบราณกบัณฑิตทั้งหลาย ละนาคสมบัติอยู่รักษาอุโบสถกรรมอย่างนี้ แล้วทรง ประชุมชาดกว่าพระดาบสผู้พระราชบิดาในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระกัสสปะ พระเจ้าพาราณสีได้มาเป็น พระอานนท์ อาฬารดาบส ได้มาเป็นพระ- สารีบุตร ส่วนสังขปาลนาคราช ได้มาเป็นเราผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ฉะนี้แล. จบอรรถกถาสังขปาลชาดก
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka