[๒๕๔๓] (พระมหาสัตว์ตรัสว่า) เธอจักบวชยัง
ไม่ได้ เพราะว่าใคร ๆ ในพระนครและคามนิคม
ชนบท จะไม่พากันหุงต้ม.
[๒๕๔๔] (มหาชนพากันร่ำไห้ว่า) เมื่อพระเจ้า
สุตโสม ทรงผนวชเสียแล้ว บัดนี้ ข้าพระพุทธเจ้า
ทั้งหลาย จักทำอย่างไรเล่า พระเจ้าข้า ?
[๒๕๔๕] (พระมหาสัตว์ตรัสว่า) เราเข้าใจว่า
ชีวิตนี้ ถูกชรานำเข้าไป เป็นของนิดหน่อย ดุจน้ำ
ในโคลนฉะนั้น เมื่อชีวิตเป็นของน้อยเหลือเกินอย่างนี้
เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะประมาทเลย.
เราเข้าใจว่า ชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไป เป็นของ
นิดหน่อย ดุจน้ำในโคลนฉะนั้น เมื่อชีวิตเป็นของน้อย
เหลือเกินอย่างนี้ แต่พวกคนพาล ย่อมพากันประมาท.
คนพาลเหล่านั้น อันเครื่องผูกคือตัณหาผูกไว้
แล้ว ย่อมยังนรก กำเนิดสัตว์เดียรัจฉาน เปรตวิสัย
และอสุรกายให้เจริญ.
[๒๕๔๖] (มหาชนกล่าวว่า) กลุ่มธุลีตั้งขึ้นไม่ไกล
ปุปผกปราสาท ชะรอยพระธรรมราชาผู้เรืองยศของ
พวกเรา จะทรงตัดพระเกศาเสียแล้ว.
[๒๕๔๗] (ชาวพระนครปริเทวนาการว่า) พระราชา
ทรงห้อมล้อมด้วยพระสนมนางใน เสด็จไปเที่ยวยัง
ปราสาทใด นี่คือปราสาทของพระองค์ เกลื่อนกล่น
ไปด้วยสุวรรณบุปผามาลัย.