Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 699

เล่ม มมร. 61 หน้า 699 ข้อ 2543 2544 2545 2546 2547
[๒๕๔๓] (พระมหาสัตว์ตรัสว่า) เธอจักบวชยัง ไม่ได้ เพราะว่าใคร ๆ ในพระนครและคามนิคม ชนบท จะไม่พากันหุงต้ม. [๒๕๔๔] (มหาชนพากันร่ำไห้ว่า) เมื่อพระเจ้า สุตโสม ทรงผนวชเสียแล้ว บัดนี้ ข้าพระพุทธเจ้า ทั้งหลาย จักทำอย่างไรเล่า พระเจ้าข้า ? [๒๕๔๕] (พระมหาสัตว์ตรัสว่า) เราเข้าใจว่า ชีวิตนี้ ถูกชรานำเข้าไป เป็นของนิดหน่อย ดุจน้ำ ในโคลนฉะนั้น เมื่อชีวิตเป็นของน้อยเหลือเกินอย่างนี้ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะประมาทเลย. เราเข้าใจว่า ชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไป เป็นของ นิดหน่อย ดุจน้ำในโคลนฉะนั้น เมื่อชีวิตเป็นของน้อย เหลือเกินอย่างนี้ แต่พวกคนพาล ย่อมพากันประมาท. คนพาลเหล่านั้น อันเครื่องผูกคือตัณหาผูกไว้ แล้ว ย่อมยังนรก กำเนิดสัตว์เดียรัจฉาน เปรตวิสัย และอสุรกายให้เจริญ. [๒๕๔๖] (มหาชนกล่าวว่า) กลุ่มธุลีตั้งขึ้นไม่ไกล ปุปผกปราสาท ชะรอยพระธรรมราชาผู้เรืองยศของ พวกเรา จะทรงตัดพระเกศาเสียแล้ว. [๒๕๔๗] (ชาวพระนครปริเทวนาการว่า) พระราชา ทรงห้อมล้อมด้วยพระสนมนางใน เสด็จไปเที่ยวยัง ปราสาทใด นี่คือปราสาทของพระองค์ เกลื่อนกล่น ไปด้วยสุวรรณบุปผามาลัย.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka