Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 718

เล่ม มมร. 61 หน้า 718 ข้อ 2549
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อูหญฺเต แปลว่า ตั้งขึ้น. บทว่า รชคฺคํ แปลว่า กองธุลี. บทว่า อวิทฺเร ความว่า (กองธุลีเกิดขึ้น) ไม่ห่างจากที่ พวกเรายืนอยู่นี้เลย. บทว่า ปุปฺผกมฺหิ ความว่า ใกล้ ๆ ปุปผกปราสาท. บทว่า มญฺเ โน ความว่า พวกเราเข้าใจว่า พระธรรมราชาของพวกเรา จักตัดพระเกศาเสียแล้ว. ฝ่ายพระมหาสัตว์เจ้า ทรงใช้มหาดเล็กให้ไปนำบริขารของบรรพชิตมา โปรดให้นายภูษามาลาปลงพระเกศาและพระมัสสุ แล้วเปลื้องเครื่องราชอลังการ ไว้บนพระบรรจถรณ์ ตัดชายพระภูษาแดง ทรงกาสาวพัสตร์ ทรงคล้องบาตรดิน ที่จะงอยพระอังสาเบื้องซ้าย จับธารพระกร เสด็จจงกรมไปมา ณ ท้องพระโรง แล้วเสด็จลงจากปราสาท ทรงดำเนินไปในละแวกถนน แต่ไม่มีใครจำพระองค์ ผู้เสด็จไปได้เลย ลำดับนั้น ขัตติยกัญญาเจ็ดร้อยนาง ของพระมหาสัตว์นั้น พากันขึ้นไปยังปราสาท ไม่พบพระมหาสัตว์ พบเฉพาะห่อเครื่องอาภรณ์ ก็กลับลงมา ตรงไปยังสำนักของนางสนม หมื่นหกพันที่เหลือ ฟังข่าวว่า พระสุตโสมมหิศร องค์ปิยราชสวามีของพวกท่าน ทรงผนวชเสียแล้ว ต่างก็ ปริเทวนาการด้วยเสียงอันดัง ออกไปภายนอก. ขณะนั้น มหาชนได้ทราบว่า พระราชาทรงผนวชแล้ว. ชาวพระนครทั้งสิ้น ก็แตกตื่นประชุมกันที่ประตู พระราชวังว่า ข่าวว่า พระราชาของพวกเราทรงผนวชแล้ว. มหาชน ต่างพา กันไปยังสถานที่ ๆ เคยประทับ เช่นปราสาทเป็นต้น ด้วยคิดว่า พระราชา จักเสด็จอยู่ที่นี่ จักเสด็จอยู่ตรงนี้ แต่ก็มิได้พบพระราชา จึงพากันเที่ยว ปริเทวนาการด้วยคาถาเหล่านี้ ความว่า พระราชาทรงห้อมล้อมด้วยพระสนมนางใน เสด็จไปเที่ยวยังปราสาทใด นี่คือปราสาทของพระองค์ เกลื่อนกล่นไปด้วยสุวรรณบุปผามาลัย.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka