เหล่านั้นพันอยู่ที่ระหว่างแข้งงามโชติช่วง ปลิวสะบัด
ดังสายฟ้าแลบอยู่ในอากาศ ข้าแต่ท่านพ่อ ชฎิลนั้น
มีผลไม่ไม่สุก ไม่มีขั้วติดอยู่ที่สะเอวภายใต้นาภี ไม่
กระทบกัน กระดกเล่นอยู่เป็นนิตย์ อนึ่ง ชฎิลนั้นมี
ชฎาน่าดูยิ่งนัก มีปลายงอนมากกว่าร้อย มีกลิ่นหอม
มีศีรษะอันแบ่งด้วยดีเป็นสองส่วน โอ ขอให้ชฎาของ
เราจงเป็นเช่นนั้นเถิดหนอ และในคราวใด ชฎิลนั้น
ขยายชฎาอันประกอบด้วยสี และกลิ่น ในคราวนั้น
อาศรมก็หอมฟุ้งไปเหมือนดอกอุบลเขียวที่ถูกลมรำเพย
พัด ฉะนั้น ผิวพรรณของชฎิลนั้นน่าดูยิ่งนัก ไม่เป็น
เช่นกับผิวพรรณที่กายของข้าพเจ้า ผิวกายของชฎิล
นั้นถูกลมรำเพยพัดแล้ว ย่อมหอมฟุ้งไป ดุจป่าไม้
อันมีดอกบานในปลายฤดูร้อน ฉะนั้น ชฎิลนั้นตีผลไม้
อันวิจิตรงามน่าดูลงบนพื้นดิน และผลไม่ที่ขว้างไป
แล้วย่อมกลับมาสู่มือของเขาอีก ข้าแต่ท่านพ่อ ผลไม้
นั้นชื่อผลอะไรหนอ อนึ่ง ฟันของชฎิลนั้นน่าดูยิ่งนัก
ขาวสะอาดเรียบเสมอกันดังสังข์อันขัดดีแล้ว เมื่อชฎิล
เปิดปากอยู่ย่อมยังใจให้ผ่องใส ชฎิลนั้น ไม่ได้เคี้ยวผัก
ด้วยฟันเหล่านั้นเป็นแน่ คำพูดของเขาไม่หยาบคาย
ไม่เคลื่อนคลาด ไพเราะ อ่อนหวาน ตรง ไม่ฟุ้งซ่าน
ไม่คลอนแคลน เสียงของเขาเป็นเครื่องฟูใจจับใจดัง
เสียงนกการเวก นำใจของข้าพเจ้าให้กำหนัดยิ่งนัก