Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 7

<< | หน้าที่ 7 | >>
[๓๔] ก็แหละชฎา ของชฎิลนั้นน่าดูยิ่งนัก

มีปลายงอนมากกว่าร้อย มีกลิ่นหอม

จัดรูปทรงแบ่งศีรษะเป็นสองส่วนได้อย่างงดงาม

ขอให้ชฎาของเราเป็นเช่นนั้นเถิด

[๓๕] ก็คราวใดชฎิลนั้นสยายชฎา

ที่ประกอบด้วยสีและกลิ่นเหล่านั้น

คราวนั้นอาศรมนี้ก็หอมอบอวล

เหมือนดอกอุบลเขียวที่ต้องลม

[๓๖] เปือกตมที่เรือนร่างชฎิลนั้นก็น่าดูยิ่งนัก

หาเป็นเช่นกับกายของเราไม่

พอถูกลมโชยพัดก็หอมฟุ้ง

เหมือนป่าไม้มีดอกบานสะพรั่งปลายฤดูร้อน

[๓๗] ชฎิลนั้นตีผลไม้มีรูปอันวิจิตรงดงามน่าดูลงบนพื้นดิน

และผลไม้ที่ขว้างไปแล้วย่อมกลับมาสู่มือของชฎิลนั้นอีก

พ่อ ผลไม้นั้นเป็นผลของต้นไม้อะไรหนอ

[๓๘] อนึ่ง ฟันของชฎิลนั้นน่าดูยิ่งนัก

ขาว เรียบเสมอ เปรียบได้กับสังข์ที่ขัดดีแล้ว

เมื่อเธอยิ้ม ย่อมทำใจให้ผ่องใส

ชฎิลนั้นคงไม่ได้เคี้ยวผักด้วยฟันเหล่านั้นเป็นแน่

[๓๙] คำพูดของเธอไม่หยาบคาย ไม่คลาดเคลื่อน

นุ่มนวล อ่อนหวาน ซื่อตรง ไม่ทำให้ฟุ้งซ่าน ไม่คลอนแคลน

เมื่อเปล่งออกมา น้ำเสียงของเธอทำให้ฟูใจ

ไพเราะจับใจ ดุจเสียงนกการเวก

ทำให้ใจของลูกกำหนัดยิ่งนัก

๑ ชฎาในที่นี้หมายถึงสายผม (เส้นผมหลายเส้นที่ร้อยในลูกปัด) ที่เอาแก้วแซมผูกไว้มีทรงคล้ายชฎา (ขุ.ชา.อ. ๘/๓๔/๑๙)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka