Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 36

เล่ม มมร. 62 หน้า 36 ข้อ 23
[๒๓] ในคืนเดือนเพ็ญ นางผู้มีนัยน์ตาชม้าย คล้ายเนื้อทราย ร่างกายมีสีเหมือนดอกบุณฑริกนั่งอยู่ ใกล้หน้าต่าง ในคืนนั้น เราได้เห็นนางนุ่งห่มผ้าสีแดง เหมือนเท้านกพิราบ สำคัญว่าพระจันทร์ขึ้นสองดวง ราวใด นางมีหน้ากว้าง ขาวสะอาด ประเล้า ประ- ลมอยู่ด้วยอาการอันงดงาม ชม้อยชม้ายชำเลืองดู รา ดังจะปล้นเอาดวงใจของเราไปเสียเลย เหมือน นางกินนรเกิดบนภูเขาในป่า ฉะนั้น ก็คราวนั้น นาง ผู้พริ้งเพรา มีตัวเป็นสีทอง สวมกุณฑลแก้วมณี ผ้า นุ่งห่มท่อนเดียว ชำเลืองดูเราประดุจนางเนื้อทรายมอง ดูนายพราน ฉะนั้น เมื่อไรหนอ นางผู้นี้เล็บแดง มี ขนงาม มีแขนนุ่มนิ่ม ลูบไล้ด้วยแก่นจันทน์ มีนิ้วมือ กลมเกลี้ยง มีกระบวนชดช้อยงามตั้งแต่ศีรษะ จักได้ ยั่วยวนเรา เมื่อไรหนอ ธิดาของท่านเศรษฐีติรีฏิวัจฉะ ผู้มีทับทรวงอันกระทำด้วยข่ายทอง เอวกลม จักกอด รัดเราด้วยแขนทั้งสองอันนุ่มนิ่ม ประดุจเถาย่านทราย รวมรัดต้นไม้ที่เกิดในป่าใหญ่ ฉะนั้น เมื่อไรหนอ นางผู้มีผิวงามแดงดังน้ำครั่ง มีถันเป็นปริมณฑลดัง ฟองน้ำ มีอวัยวะฉาบด้วยผิวหนังเปล่งปลั่งดังดอก บุณฑริก จักจรดปากด้วยปากกะเรา เหมือนดังนักเลง สุราจรดจอกสุราให้แก่นักเลงสุรา ฉะนั้น ในกาลใด
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka