Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 206

เล่ม มมร. 62 หน้า 206 ข้อ 130
เสียงของพระเจ้ากุสราชคุกคามแล้ว พากันแตกหนีไป เหมือนดังฝูงมฤคได้ยินเสียงแห่งราชสีห์ก็พากันหนีไป ฉะนั้น พวกพลช้าง พลม้า พลรถ พลเดินเท้า ผู้ อันความกลัวแต่เสียงพระเจ้ากุสราชคุกคามแล้ว ก็พา กันแตกตื่นเหยียบย่ำกันและกัน ท้าวสักกะจอมเทพ ได้ทอดพระเนตรเห็นพระโพธิสัตว์ ทรงมีชัยในท่าม กลางสงครามนั้น มีพระทัยชื่นชมยินดี ทรงพระราช ทานแก้วมณีอันรุ่งโรจน์ดวงหนึ่ง แก่พระเจ้ากุสราช พระเจ้ากุสราชทรงชนะสงคราม ได้แก้วมณีอันรุ่ง- โรจน์ แล้วเสด็จประทับบนคอช้างสารเสด็จเข้าสู่พระ นคร ตรัสสั่งให้จับกษัตริย์เจ็ดพระนครทั้งเป็น ให้มัด นำเข้าถวายพระสัสสุระ ทูลว่า ขอเดชะ กษัตริย์เหล่า นี้เป็นศัตรูของพระองค์ ศัตรูทั้งหมดซึ่งคิดจะกำจัด พระองค์เสียนี้ ตกอยู่ในอำนาจของพระองค์แล้ว เชิญ ทรงกระทำตามพระประสงค์เถิด พระองค์ทรงกระทำ กษัตริย์เหล่านั้นให้เป็นทาสแล้ว จะทรงปล่อยหรือจะ ทรงประหารเสียตามแต่พระทัยเถิด. [๑๓๐] กษัตริย์เหล่านี้เป็นศัตรูของพระองค์ มิ ได้เป็นศัตรูของหม่อนฉัน ข้าแต่พระมหาราช พระองค์ เป็นใหญ่กว่าหม่อมฉัน จะทรงปล่อยหรือจะทรง ประหารศัตรูเหล่านั้นก็ตามเถิด.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka