Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 262

เล่ม มมร. 62 หน้า 262 ข้อ 133
พระนางประภาวดีนั้น ได้สดับพระดำรัสของพระบิดาแล้ว จึงพร้อม ด้วยพระภคินีทั้งหลาย และพวกนางบริจาริกาเป็นจำนวนมาก เสด็จไปยังสำนัก ของพระโพธิสัตว์นั้น ฝ่ายพระโพธิสัตว์เจ้านั้น ประทับยืนด้วยเพศแห่งคน ล้างหม้อเช่นนั้นแล ทรงทราบว่า พระนางประภาวดีนั้น เสด็จมายังสำนักของ พระองค์ จึงทรงพระดำริว่า วันนี้เราจักทำลายมานะของแม่ประภาวดี ให้นาง หมอบลงในโคลนใกล้เท้าของเราให้จงได้ จึงทรงราดน้ำที่พระองค์ตักมาทั้ง หมด ทรงเหยียบย่ำที่ประมาณเท่ามณฑลแห่งลานนวดข้าว ทำให้เป็นโคลน ไปหมด พระนางประภาวดีนั้น เสด็จไปยังสำนักของพระเจ้ากุสราชผู้พระโพธิ- สัตว์นั้น ทรงมอบลงที่ใกล้พระบาทของพระองค์ ประทับนั่งที่โคลนแล้ว ทรงขอโทษพระโพธิสัตว์นั้น. พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า พระนางประภาวดี ผู้มีผิวพรรณดังเทพธิดา ทรง รับพระดำรัสของพระบิดาแล้ว ได้ซบพระเศียรลง กอดพระบาทพระเจ้ากุสราช ผู้มีพระกำลังมาก. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สิรสา ความว่า พระนางประภาวดี ทรงหมอบพระเศียรลง แล้วทรงจับพระเจ้ากุสราชที่พระบาท ก็แล ครั้นทรง จับแล้ว เมื่อจะยังพระโพธิสัตว์เจ้านั้น ให้ทรงอดโทษ จึงได้ภาษิตพระคาถา ๓ คาถาว่า ราตรีเหล่านี้ที่ล่วงไป เว้นจากพระองค์นั้นเพียง ใด หม่อมฉัน ขอถวายบังคมพระยุคลบาท ของพระ องค์ด้วยเศียรเกล้าเพียงนั้น ขอพระองค์โปรดอย่าทรง พิโรธหม่อมฉันเลย หม่อมฉัน ขอตั้งสัตว์ปฏิญาณ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka