Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 263

เล่ม มมร. 62 หน้า 263 ข้อ 133
แก่พระองค์ โปรดทรงสดับหม่อมฉันเถิด เพค่ะ หม่อมฉันจะไม่พึงทำความชิงชัง แก่พระองค์อีกต่อ ไปละ ถ้าพระองค์จะไม่ทรงโปรดกระทำตามคำของ หม่อมฉัน ผู้ทูลวิงวอนอยู่เช่นนี้ พระบิดาคงเข่นฆ่า หม่อม แล้วทรงประทานแก่กษัตริย์ทั้งหลาย ณ กาลบัดนี้เป็นแน่. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า รตฺยา ได้แก่ ทั้งกลางคืนและกลางวัน บทว่า ตา อิมา ได้แก่ ราตรีเหล่านี้นั้นทั้งหมด ล่วงไปแล้วเว้นจากพระ องค์. บทว่า สจฺจนฺเต ปฏิชานามิ ความว่า ข้าแต่พระมหาราช หม่อมฉัน กระทำการเกลียดชังพระองค์ ตลอดกาลมีประมาณเพียงเท่านี้ บัดนี้หม่อนฉัน จะขอปฏิญาณคำสัตย์อย่างนี้แก่พระองค์ พระองค์จงสดับถ้อยคำอื่นอีก จำ เดิมแต่นี้ไป หม่อมฉัน จักไม่กระทำการเกลียดชังพระองค์อีกต่อไป. บทว่า เอวญฺเจ ความว่า ถ้าพระองค์ไม่ทรงทำตามถ้อยคำของหม่อมฉัน ผู้วิงวอน อยู่อย่างนี้. พระราชา ได้ทรงสดับคำนั้นแล้ว จึงทรงพระดำริว่า ถ้าเราจักพูด ว่า เธอคนเดียวเท่านั้น จักรู้เรื่องนี้ ดังนี้ หัวใจของนางก็จักแตก เราจัก ปลอบใจเธอ แล้วจึงตรัสว่า เมื่อพระน้องรักอ้อนวอนอยู่อย่างนี้ ไฉนพี่จัก ไม่ทำตามคำของพระน้องเล่า พี่ไม่โกรธพระน้องเลย นะคนงาม อย่ากลัวเลยประภาวดี พี่ขอตั้งสัตย์ปฏิ- ญาณต่อพระน้อง โปรดขอจงทรงฟังพี่เถิดนะ พระ ราชบุตร พี่จะไม่พึงกระทำความเกลียดชัง แก่พระ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka