Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 266

เล่ม มมร. 62 หน้า 266 ข้อ 133
ก็นารีทั้งหลาย ภายในพระราชวัง ของพระเจ้า มัททราชนั้น พากันมองดูพระโพธิสัตว์เจ้า ผู้เสด็จ เยื้องกรายดุจราชสีห์ ทรงปรบพระหัตถ์เสวยพระกระ- ยาหารถึงสองเท่าพระองค์นั้น. คำอันเป็นคาถานั้น มีอธิบายว่า ก็พวกหญิงพากันเปิดหน้าต่าง ใน ภายในบุรีแห่งพระราชาแล้ว มองดูพระโพธิสัตว์เจ้านั้น ผู้ทรงเยื้องกรายและ ปรบพระหัตถ์อยู่ในที่นั้น. ลำดับนั้น พระเจ้ามัททราช ทรงส่งช้างตัวประเสริฐ อันประดับแล้ว มีควาญช้างประจำพร้อมเสร็จไปถวาย. ท้าวเธอเสด็จขึ้นประทับบนคอช้างซึ่งมี เศวตฉัตรอันยกขึ้นแล้ว ตรัสว่า พวกท่านทั้งหลายจงพาพระนางประภาวดี มาเถิด แล้วให้พระนางประทับนั่ง ณ เบื้องพระปฤษฎางค์ อันจตุรงคินีเสนา แวดล้อมเป็นกระบวนทัพ เสด็จออกทางประตูด้านทิศปราจีน ทอดพระเนตร เห็นกองทัพของข้าศึก จึงเปล่งพระสุรสีหนาทขึ้น ๓ ครั้งว่า เราคือพระเจ้า กุสราช ใครรักชีวิต ก็จงยอมอ่อนน้อมกับเราเสียเถิด แล้วได้ทรงกระทำการ ปราบปรามกษัตริย์ทั้ง ๗ พระนคร. พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า พระเจ้ากุสราช ครั้นเสด็จขึ้นประทับบนคอ ช้างสาร โปรดให้พระนางประภาวดีประทับเบื้องหลัง แล้ว เสด็จเข้าสู่สงคราม ทรงบันลือพระสุรสีหนาท กษัตริย์ ๗ พระนคร ทรงสดับพระสุรสีหนาทของ พระเจ้ากุสราช ผู้บันลืออยู่ ถูกความกลัวแต่เสียง ของพระเจ้ากุสราชคุกคามแล้ว พากันแตกหนีไป
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka