Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 267

เล่ม มมร. 62 หน้า 267 ข้อ 133
เหมือนดังฝูงมฤค พอได้ยินเสียงของราชสีห์ ก็พากัน หนีไป ฉะนั้น พวกพลช้าง พลม้า พลรถ พลเดินเท้า ผู้อันความกลัวแต่เสียงพระเจ้ากุสราชคุกคามแล้ว ก็พา กันแตกตื่นเหยียบย่ำกันและกัน ท้าวสักกะจอมเทพ ได้ทอดพระเนตรเห็นพระโพธิสัตว์ ทรงมีชัยในท่าม กลางสงครามนั้น มีพระทัยชื่นชมยินดี ทรงพระราช- ทานแก้วมณี อันรุ่งโรจน์ดวงหนึ่งแก่พระเจ้ากุสราช พระเจ้ากุสราชทรงชนะสงคราม ได้แก้วมณีอันรุ่งโรจน์ แล้ว เสด็จประทับบนคอช้างสาร เสด็จเข้าสู่พระนคร รับสั่งให้จับกษัตริย์ ๗ พระนครทั้งเป็น ให้มัดนำเข้า ถวายพระสัสสุระ ทูลว่า ขอเดชะ กษัตริย์เหล่านี้ เป็นศัตรูของพระองค์ ศัตรูทั้งหมด ซึ่งคิดจะกำจัด พระองค์เสียนี้ ตกอยู่ในอำนาจของพระองค์แล้ว เชิญ ทรงกระทำตามพระประสงค์เถิด พระองค์ทรงกระทำ กษัตริย์เหล่านั้นให้เป็นทาสแล้ว จะทรงปล่อย หรือจะ ทรงประหารเสีย ตามแต่พระทัยเถิด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิปลายึสุ ความว่า กษัตริย์เหล่านั้น ไม่อาจจะตั้งสติได้ เป็นผู้มีจิตวิปลาสแตกกระจัดกระจายไป. บทว่า กุสสทฺ ทภยฏฺฏิตา ความว่า เป็นผู้ถูกภัยอันเกิดขึ้น เพราะอาศัยเสียงแห่งพระเจ้า กุสราชกระทบโสตประสาทแล้ว จึงเป็นผู้มีจิตอันหลงลืม. บทว่า อญฺมญฺ สฺส ฉินฺทนฺติ ความว่า ฆ่าฟันเหยียบย่ำกันเอง. บาลีว่า ภินฺทึสุ ดังนี้ก็มี. บทว่า ตสฺมึ ความว่า ท้าวสักกะทอดพระเนตรเห็นการบุกรบข้าศึกจนมีชัย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka