Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 367

เล่ม มมร. 62 หน้า 367 ข้อ 198
ปรารถนาเถิด ทานวัตถุก็ดี เครื่องอุปโภคก็ดี และสิ่ง. อื่นใดที่เข้าไปสำเร็จประโยชน์ เราขอยกสิ่งนั้น ๆ ซึ่ง ล้วนเป็นของปลื้มใจให้แก่ท่าน และขอสละความเป็น ใหญ่ให้แก่ท่าน. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วโส วตฺตติ ความว่า อำนาจของเรา เป็นไปในสถานที่เท่าใด. บทว่า กิญฺจิ นํ คือ สถานที่นั้นมีประมาณเล็กน้อย ยิ่งนัก. บทว่า สพฺพตฺถิสฺสริยํ ความว่า สมบัติทั้งหมดและความเป็นใหญ่ นั้นแล จงมีแก่ท่านเถิด. บทว่า ยญฺจญฺมุปกปฺปติ ความว่า สิ่งของ เครื่องบำเพ็ญทานเพราะความเป็นผู้ใคร่ในบุญก็ดี การยกเศวตฉัตรขึ้นเสวย ราชสมบัติก็ดี หรือของสิ่งอื่นใด ย่อมเป็นที่ชอบใจแก่ท่าน ขอเชิญท่านจง กระทำสิ่งนั้นเถิด. บทว่า เอตํ ททามิ โว วิตฺตํ ความว่า เราสละความ เป็นใหญ่อันเป็นของของเราพร้อมด้วยเศวตฉัตรให้แก่ท่าน ลำดับนั้น พระมหาสัตว์ได้มอบเศวตฉัตรที่พระราชาประทานให้แก่ตน ถวายกลับคืนพระองค์อีกทีเดียว พระราชาทรงพระดำริว่า เราได้ฟังธรรมกถา ของพญาหงส์ก่อนแล้ว ก็แต่ว่าบุตรของนายพรานสรรเสริญยกย่องสุมุขหงส์ นี้เป็นนักหนาว่า มีถ้อยคำไพเราะยิ่งนัก เราจักฟังธรรมกถาของสุมุขหงส์นี้ บ้าง ท้าวเธอเมื่อจะทรงสนทนากับสุมุขหงส์นั้น จึงตรัสคาถาอันเป็นลำดับ ต่อไปว่า ก็ถ้าว่า สุมุขหงส์บัณฑิตนี้สมบูรณ์ด้วยปัญญา พึงเจรจาแก่เราตามปรารถนา ข้อนั้นพึงเป็นที่รัก อย่างยิ่งของเรา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka