Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 368

เล่ม มมร. 62 หน้า 368 ข้อ 198
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยถา แปลว่า ถ้าว่า. มีคำที่ท่านกล่าว อธิบายไว้ว่า ถ้าว่าสุมุขหงส์นั้นเป็นบัณฑิต ถึงพร้อมแล้วด้วยความรอบรู้ ก็พึงเจรจาแก่เราตามความปรารถนา คือตามความพอใจของตน ข้อนั้นจะพึง เป็นที่รักอย่างยิ่งของเรา. ลำดับนั้น สุมุขหงส์จึงทูลว่า ข้าแต่มหาราช ได้ยินว่า ข้าพระองค์หาอาจจะ พูดสอดขึ้นในระหว่าง เหมือนพญานาคเลื้อยเข้าไป ภายในศิลา ฉะนั้นไม่ ข้อนั้นไม่เป็นวินัยของข้า- พระองค์ พญาหงส์ประเสริฐกว่าข้าพระองค์ และ พระองค์ก็สูงสุดกว่าสัตว์ทั้งหลาย เป็นพระเจ้าแผ่นดิน จอมมนุษย์ ทั้งสองพระองค์ควรแก่การบูชา ด้วยเหตุ มากมาย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมมนุษย์ เมื่อพระองค์ ทั้งสองกำลังตรัสกันอยู่ เมื่อการวินิจฉัยกำลังเป็นไปอยู่ ข้าพระองค์ผู้เป็นสาวก ไม่พึงพูดสอดขึ้นในระหว่าง. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นาคราชาริวนฺตรํ ได้แก่ ประหนึ่ง พญานาคที่จะเลื้อยเข้าไปในระหว่างแห่งศิลา ฉะนั้น. บทว่า ปฏิวตฺถุํ ความว่า ข้าพระองค์ไม่อาจที่จะพูดสอดขึ้นในระหว่างพระองค์ทั้งสองได้. บทว่า น เม โส ความว่า ถ้าข้าพระองค์พึงกล่าวสอดขึ้นไซร้ การกระทำเช่นนั้น มิใช่วินัยของข้าพระองค์เลย. บทว่า อมฺหากญฺเจว ได้แก่ พญาหงส์ ประเสริฐกว่าข้าพระองค์ และหงส์อีกเก้าหมื่นหกพัน. บทว่า อุตฺตมสตฺตโว คือเป็นสัตว์ที่สูงสุด. บทว่า ปูชา ความว่า พระองค์ทั้งสองเป็นผู้ควรแก่การบูชา และควรแก่การสรรเสริญของข้าพระองค์ด้วยเหตุมากมาย. บทว่า เปสฺเสน คือเป็นเสวกผู้การทำการขวนขวาย.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka