Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 371

เล่ม มมร. 62 หน้า 371 ข้อ 198
ให้ราบคาบ ข้าพระองค์ทั้งสองพึงได้เห็น. บทว่า ภวตํ คือ ข้าพระองค์ได้ มาเฝ้าพระองค์ผู้ทรงพระเจริญ. บทว่า เอโส วาปิ มหาอตฺโถ ความว่า ความคุ้นเคยกับหมู่ญาติกล่าวคือการสงเคราะห์ญาตินี้ เป็นความประสงค์อย่าง ใหญ่หลวงของข้าพระองค์อย่างแท้จริง. เมื่อพระมหาสัตว์ทูลอย่างนี้แล้ว พระราชาก็ได้ทรงอนุญาตให้หงส์ ทั้งสองนั้นกลับไป แม้พระมหาสัตว์ก็ทูลแสดงโทษในการประพฤติชั่ว ๕ อย่าง และแสดงอานิสงส์ในศีลแด่พระราชาแล้ว ถวายโอวาทว่า ขอพระองค์จงรักษา ศีลนี้ จงเสวยราชสมบัติโดยธรรม จงสงเคราะห์มหาชนด้วยสังคหวัตถุ ๔ ประการ แล้วได้ทูลลาบินกลับไปยังภูเขาจิตตกูฏ. พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า พญาหงส์ธตรฐ ครั้นกราบทูลพระเจ้าสาคล- ราชผู้เป็นจอมประชาชนเช่นนี้แล้ว ได้เข้าไปหาหมู่ ญาติ เพราะอาศัยเชาวน์อันสูงสุด หงส์เหล่านั้นเห็น หงส์ทั้งสอง ซึ่งยิ่งใหญ่มิได้ป่วยเจ็บกลับมา ต่างก็พา กันส่งเสียงว่า เกเก เกิดเสียงอื้ออึงทั่วไป หงส์เคารพ นายได้ที่พึงเหล่านั้น ต่างก็โสมนัสยินดี เพราะนาย รอดพ้นภัย พากันห้อมล้อมนายโดยรอบ ๆ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุปาคมุํ ความว่า พญาหงส์ธตรฐ และสุมุขหงส์ที่เป็นเสนาบดีทั้งสองนั้น ครั้นได้เวลาอรุณขึ้นแล้ว ก็บริโภค น้ำผึ้งข้าวตอกและน้ำอ้อยเป็นต้น อันพระราชาและพระเทวีทรงยกขึ้นด้วย ใบตาลทองสองใบแล้ว กระทำสักการะด้วยของหอม และระเบียบดอกไม้ เป็นต้นแล้ว ลงจากใบตาลทองนั้น กระทำประทักษิณพระราชาบินขึ้นไปสู่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka