Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 372

เล่ม มมร. 62 หน้า 372 ข้อ 198
เวหาส เมื่อพระราชาทรงประคองอัญชลีตรัสว่า ดูก่อนนายเอ๋ย ท่านทั้งสอง จงพากันไปดีเถิด จึงออกโดยสีหบัญชรบินไปหาหมู่ญาติของตน ด้วยความเร็ว อันสูงสุด. บทว่า ปรเม แปลว่า สูงสุด. บทว่า เกเก ความว่า ได้ส่งเสียง ร้องว่า เกเก ด้วยเสียงร้องตามสภาพของตน. บทว่า ภตฺตุนา ภตฺตุคารวา ได้แก่ มีความเคารพนายเหล่านั้น. บทว่า ปริกรึสุ ความว่า หงส์ทั้งหลาย ต่างก็พากันดีใจเพราะนายพ้นภัยกลับมา จึงพากันแวดล้อมอยู่รอบข้าง. บทว่า ลทฺธปจฺจยา คือ เป็นผู้ได้ที่พึ่งพำนักแล้ว. ครั้นหงส์เหล่านั้นเข้าล้อมหงส์ทั้งสองอย่างนี้แล้ว จึงทูลถามพญาหงส์ ว่า ข้าแต่มหาราช พระองค์รอดพ้นมาได้อย่างไร พระมหาสัตว์จึงเล่าเรื่องที่ตน รอดพ้นมาได้ เพราะอาศัยสุมุขหงส์ และกิจการที่พระเจ้าสาคลราชและบุตร นายพรานกระทำ หมู่หงส์ทั้งหลายได้ยินดังนั้น ก็พากันดีใจกล่าวชมเชยให้ พรว่า ขอให้สุมุขหงส์ที่เป็นเสนาบดี และบุตรนายพรานพร้อมทั้งพระราชา จงมีความสุข ปราศจากทุกข์ จงมีชีวิตอยู่ตลอดกาลนาน. พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า ประโยชน์ทั้งปวง ของตนทั้งหลายผู้ถึงพร้อม ด้วยกัลยาณมิตร ย่อมสำเร็จผลเป็นสุขเปรียบเหมือน หงส์ธตรฐทั้งสอง ได้กลับมาอยู่ใกล้หมู่ญาติ ฉะนั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มิตฺตวตํ ได้แก่ ถึงพร้อมแล้วด้วย กัลยาณมิตร. บทว่า ปทกฺขิณา ได้แก่ สำเร็จเป็นความสุข ประกอบด้วย ความเจริญ. บทว่า ธตรฏฺา ความว่า เหล่าหงส์ธตรฐ คือพญาหงส์ และสุมุขหงส์แม้ทั้งสองเหล่านั้น ถึงพร้อมด้วยกัลยาณมิตรทั้งสอง คือ พระราชาและบุตรนายพราน จึงเจริญด้วยความสุขอย่างนี้ ฉันใด. บทว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka