ทรงสดับคำนั้น จึงให้ราชบุรุษเที่ยวตีกลสองประกาศทั่วไปในพระนครว่า บุคคล
อื่นอย่าพึงเข้าไปในเขมสระนั้น บุคคลผู้ใดเข้าไป บุคคลผู้นั้นจักถึงการตัดมือ
และเท้าและถูกริบเรือนด้วย. จำเดิมแต่วันนั้นมา ใคร ๆ ก็ไม่อาจเข้าไปใน
สระนั้น ก็พวกปากหงส์ทั้งหลายอาศัยอยู่ในถ้ำทอง ใกล้ภูเขาจิตตกูฏ แม้
ปากหงส์เหล่านั้นเป็นสัตว์มีกำลังมาก อนึ่ง วรรณะแห่งสรีระของพวกปากหงส์
เหล่านั้น ก็มิได้ผิดแปลกกับหงส์ตระกูลธตรฐ ก็ธิดาแห่งพญาหงส์ปากราช
มีวรรณะประดุจทองคำ พญาปากหงส์นั้น ดำริว่า ธิดาของเรานี้ สมควรแก่
ธตรฐราชหงส์ที่มีความยิ่งใหญ่ จึงส่งนางไปให้เป็นบาทบริจาริกาของพญา-
หงส์ธตรฐนั้น นางได้เป็นที่รักทำเจริญของพญาหงส์ธตรฐนั้น เพราะเหตุ
นั้นแล ตระกูลหงส์ทั้งสองนั้น จึงได้เกิดมีความคุ้นเคยกันอย่างสนิทสนม.
อยู่มาวันหนึ่ง พวกหงส์ที่เป็นบริวารของพระโพธิสัตว์ถามพวกปากหงส์
ว่า ทุก ๆ วันนี้ พวกท่านไปเที่ยวหาอาหารกินที่ไหน. พวกเราไปหาอาหารกิน
ในเขมสระใกล้เมืองพาราณสี. ก็พวกท่านไปเที่ยวหากินที่ไหนเล่า. เมื่อพวก
หงส์เหล่าธตรฐบอกว่า พวกเราไปหาอาหารกินในที่โน้น ๆ พวกปากหงส์จึง
กล่าวพรรณนาคุณเขมสระว่า ทำไมพวกท่านจึงไม่ไปยังสระเขมะ ด้วยว่าสระ
นั้นเป็นที่น่ารื่นรมย์ เกลื่อนกลาดไปด้วยสกุณชาติต่าง ๆ ชนิด ดารดาษไป
ด้วยดอกบัวเบญจพรรณ สมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหารและผลไม้ต่าง ๆ
มีหมู่ภมรต่าง ๆ ชนิดบินว่อนอยู่อึงมี่ ในมุมสระทั้ง ๔ มีเสียงประกาศอภัยเป็น
ไปอยู่ตลอดกาลเป็นนิตย์ ไม่ว่ามนุษย์ไร ๆ ไม่สามารถที่จะเข้าไปใกล้ได้เลย
จะป่วยกล่าวไปไยถึงการกระทำอันตรายอย่างอื่น ๆ เล่า สระมีคุณเห็นปานนี้แล
พวกเหล่าหงส์ธตรฐเหล่านั้น ได้สดับคำของพวกปากหงส์แล้ว จึงพากันไป
บอกแก่สุมุขหงส์ว่า ได้ยินว่า มีสระ สระหนึ่งชื่อเขมะ มีคุณภาพเห็นปานนี้