เดียวกัน ทำลายฟองไข่ในวันเดียวกันแล้วเติบโตเจริญมาด้วยกัน . บทว่า สขา
ตฺยมฺหิ ได้แก่ ข้าพระองค์เป็นสหายที่รักเสมอด้วยดวงตาข้างขวาของพระองค์.
บทว่า สจิตฺเต ได้แก่ ข้าพระองค์ตั้งอยู่ในจิตของพระองค์ ย่อมเป็นไปใน
อำนาจของพระองค์ อธิบายว่า เมื่อพระองค์ยังมีชีวิตอยู่ ข้าพระองค์ก็มีชีวิตอยู่
เมื่อพระองค์สิ้นชีวิตข้าพระองค์ก็สิ้นชีวิตเหมือนกัน. บาลีเป็น สํจิตฺเต ดังนี้
ก็มี อธิบายว่า ข้าพระองค์ดำรงอยู่ในจิตของพระองค์ ตั้งอยู่ด้วยดีแล้ว. บทว่า
าโต ได้แก่ รู้จักกันทั่วไป ปรากฏในระหว่างหงส์ทั้งหมด. บทว่า วิกตฺถิสฺสํ
ความว่า ข้าพระองค์ถูกหงส์เหล่านั้นถามว่า พญาหงส์ไปไหน จักบอกว่า
อย่างไร. บทว่า กินฺเต วกฺขามิ ความว่า ข้าพระองค์จักกล่าวกะหมู่หงส์ที่ถาม
ถึงข่าวคราวของพระองค์ เหล่านั้นว่าอย่างไร.
เมื่อสุมุขหงส์บันลือสีหนาทด้วยคาถา ๔ คาถาอย่างนี้แล้ว พระมหาสัตว์
เมื่อจะพรรณนาคุณของสุมุขหงส์นั้นจึงกล่าวว่า
ดูก่อนสุมุขะ ท่านไม่อาจจะละทิ้งเราผู้เป็นทั้งนาย
ทั้งสหาย ชื่อว่าตั้งอยู่ในทางอันประเสริฐนี้แล เป็น
ธรรมเนียมของโบราณกบัณฑิตทั้งหลาย จริงอยู่ เมื่อ
เรายังเห็นท่าน ความกลัวย่อมไม่เกิดขึ้นเลย ท่านจัก
ให้เราผู้เป็นอยู่อย่างนี้รอดชีวิตได้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอโส ธมฺโม ได้แก่ นี้แลเป็นสภาพของ
บัณฑิตในปางก่อนทั้งหลาย. บทว่า ภตฺตารํ สขารํ มํ ได้แก่ เป็นทั้งนาย
ด้วย เป็นทั้งเพื่อนด้วย. บทว่า ภยํ ได้แก่ ความสะดุ้งตกใจกลัว ย่อมไม่เกิด
แก่เรา เหมือนกับว่าเราอยู่ในท่ามกลางหมู่หงส์ บนภูเขาจิตตกูฏฉะนั้น. บทว่า
มยฺหํ ได้แก่ พ่อจักให้เรารอดชีวิต.