เมื่ออำมาตย์ราชเสวกเช่นข้าพเจ้ายังมีอยู่ ขอพระองค์อย่าได้ถึงความพินาศแต่ผู้
เดียวเลย บทว่า ยถา ตํ ได้แก่ ข้าพเจ้ากล่าวไว้ฉันใด ก็ฉันนั้นแล. บทว่า
สมฺม คือผู้เป็นมิตรที่รัก. บทว่า ภตฺตายํ อภิรโต รเม ความว่า พระองค์
เป็นนาย ข้าพเจ้าจึงยินดียิ่งแด่พระองค์ รื่นรมย์อยู่ในที่ใกล้ไม่เบื่อหน่าย.
นายเนสาทสดับถ้อยคำอันไพเราะ ทั้งอาศัยธรรมของสุมุขหงส์นั้นแล้ว
ก็เกิดความโสมนัสยินดี มีโลมชาติชูชัน คิดว่า ถ้าเราจักฆ่าพญาหงส์ที่
ประกอบด้วยคุณมีศีลเป็นต้นเช่นนี้ คงจักไม่พ้นจากอบายทั้ง ๔ ไปได้ พระราชา
ทรงพระประสงค์จะกระทำเราอย่างใด ก็จงทรงกระทำอย่างนั้นเถิด เราจะ
กระทำพญาหงส์นี้ ให้เป็นรางวัลแก่สุมุขหงส์แล้วจักปล่อยไป จึงได้กล่าว
คาถาว่า
ดูก่อนหงส์ ท่านย่อมนอบน้อมก้อนอาหาร
ชื่อว่า มีความประพฤติธรรมอันประเสริฐ ข้าพเจ้าจะ
ปล่อยนายของท่าน ท่านทั้งสองจงไปตามสบายเถิด.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อริยวุตฺติ ได้แก่ เป็นผู้ประกอบแล้ว
ด้วยวัตรของท่านผู้ประเสริฐด้วยอาจาระทั้งหลาย กล่าวคือการรักษามิตรธรรม.
บทว่า โย ปิณฺฑมปจายสิ ความว่า ท่านใดบูชาก้อนอาหารที่ได้แล้วจาก
สำนักของนาย. บทว่า คจฺฉถูโภ ความว่า ท่านแม้ทั้งสอง จงยังหมู่ญาติ
ซึ่งมีหน้าอันชุ่มด้วยน้ำตาให้ร่าเริงอยู่ จงไปตามความสบายเถิด.
ก็นายเนสาทครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว จึงเข้าไปใกล้พระมหาสัตว์ด้วยจิต
อันอ่อนโยนแล้ว โน้นคันบ่วงลงมาให้จับอยู่ที่หลังเปือกตม แก้พระมหาสัตว์นั้น
ออกจากคันบ่วง อุ้มขึ้นนำออกจากสระ ให้จับอยู่บนลานหญ้าแพรกอ่อน
ค่อย ๆ แก้บ่วงที่รัดเท้าทั้งสองออก เข้าไปตั้งไว้ซึ่งความรักในพระมหาสัตว์