Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 416

เล่ม มมร. 62 หน้า 416 ข้อ 248
ผู้ประกอบแล้วประกอบทั่วแล้วทีเดียว ไม่ต้องกล่าวถึงคนอื่น. บทว่า ตสฺส ตฺยชฺช ความว่า พญาหงส์นั้นกล่าวดังนี้ด้วยหมายความว่า เมื่อความกลัว ตาย บังเกิดขึ้นแก่พ่อในวันนี้ ชะรอยว่าพ่อจะกลัวมรณภัยนี้ จึงเกิดความคิด อันละเอียดซึ่งแสดงถึงโทษของนาตุคามนี้ขึ้น. บทว่า สพฺโพ หิ คือผู้ใดผู้ หนึ่ง บทว่า สํสยปฺปตฺโต คือผู้ที่ถึงความสงสัยในชีวิต. บทว่า ภีรุ ได้แก่ แม้เป็นผู้มีความหวาดสะดุ้งกลัว ก็ระงับความกลัวไว้ได้. บทว่า มหนฺตาโน ความว่า ส่วนชนเหล่าใดย่อมเป็นบัณฑิตด้วย ตั้งอยู่ในฐานะใหญ่ด้วย เพราะ ฉะนั้นจึงชื่อว่าเป็นผู้ดำรงอยู่ในฐานะใหญ่. บทว่า อตฺเถ ยุญฺชนฺติ ทุยฺยุเช ความว่า ชนเหล่านั้น ย่อมประกอบ คือ สืบต่อพยายามในประโยชน์นั้นให้เกิด ความอุตสาหะว่า อย่ากลัวเลยพ่อ พ่อจงเป็นนักปราชญ์เถิด จึงได้กล่าวไว้ อย่างนี้. บทว่า อาปทํ ความว่า คนกล้าหาญย่อมป้องกันเสียได้ซึ่งอันตราย อันจะมีมาถึงนาย เพราะฉะนั้น พระราชาทั้งหลาย จึงทรงปรารถนาความ กล้าหาญของเหล่ามนตรี เพื่อประโยชน์อย่างนี้แล. บทว่า อตฺตปริยายํ อธิบายว่า อีกอย่างหนึ่ง คนกล้านั้นย่อมอาจที่จะกระทำการคุ้มครองตนเองได้ ด้วย. บทว่า วิกนฺติสุ แปลว่า เชือดแล้ว. มีคำที่ท่านกล่าวอธิบายไว้ว่า ดูก่อนสหายสุมุขะ เราตั้งพ่อไว้ในตำแหน่งอันเป็นลำดับกับตัวเราเอง เพราะฉะนั้น พ่อครัวของพระราชา อย่าได้เชือดเฉือดเราทั้งสองในวันนี้ เพื่อต้องการเนื้อโดยประการใด ท่านจงกระทำโดยประการนั้นเถิด เพราะ ว่าสีแห่งขนปีกของเราทั้งหลายซึ่งเป็นเช่นนั้น จะฆ่าพ่อเสีย. บทว่า ตํ วธิ ความว่า พญาหงส์กล่าวอย่างนี้ ด้วยความประสงค์ที่จะให้เข้าใจว่า สีอย่างนี้ สีอย่างนี้นั้นจะฆ่าพ่อเสีย เหมือนขุยไผ่ที่อาศัยต้นไผ่เกิดขึ้น ก็ย่อมจะฆ่าไม้ไผ่ เสียฉะนั้น คือสีอย่างนี้อย่าฆ่าท่านและเราเสียเลย. บทว่า มุตฺโตสิ ความว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka