Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 422

เล่ม มมร. 62 หน้า 422 ข้อ 248
พระราชาทรงสดับคำนั้นแล้ว จึงทรงพระดำริว่า นายพรานผู้นี้ แม้ ยืนกราบทูลอยู่ที่ประตูวัง ก็กราบทูลถึงการมาของพญาหงส์ธตรฐตัวเดียว แม้ บัดนี้ก็ยังกราบทูลอยู่อีกว่า ขอพระองค์จงทรงรับพญาหงส์ธตรฐนี้ตัวเดียว เถิด เหตุอะไรจะพึงมีในข้อนี้หนอ จึงตรัสคาถาว่า ดูก่อนนายพราน หงส์นี้มีอยู่สองตัว ไฉนท่าน จึงกล่าวว่ามีตัวเดียว จิตของท่านวิปริตไปแล้วหรือไร หรือว่าท่านคิดจะหาประโยชน์อะไร. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิปลฺวฏฺํ คือ ความแปรปรวน. บทว่า อาทู กินฺนุ ชิคึสสิ ความว่า หรือว่าท่านคิดเห็นอย่างไรหนอ พระราชา ตรัสถามว่า ท่านปรารถนาจะถือเอาพญาหงส์ที่เหลืออยู่อีกตัวหนึ่งนี้ไปให้คน อื่น จึงคิดหรือ. ลำดับนั้น นายเนสาทจึงกราบทูลว่า ขอเดชะ จิตของข้าพระองค์จะได้ วิปริตก็หาไม่ ข้าพระองค์มิได้ปรารถนาที่จะให้หงส์ที่เหลืออีกตัวหนึ่งนี้แก่ผู้อื่น ด้วยว่า เมื่อข้าพระองค์ดักบ่วงไว้ หงส์ตัวเดียวเท่านั้นติดบ่วง เมื่อจะกระทำ เนื้อความให้แจ่มแจ้ง จึงทูลว่า หงส์ตัวที่มีพื้นแดง มีสีงดงามดุจทองคำกำลัง หลอม รอบ ๆ คอจรดทรวงอกนั้น เข้ามาติดบ่วงของ ข้าพระองค์ แต่หงส์ตัวที่ผุดผ่องนี้มิได้ติดบ่วง เมื่อ จะกล่าวถ้อยคำเป็นภาษามนุษย์ ได้ยืนกล่าวถ้อยคำอัน ประเสริฐกะพญาหงส์ที่ติดบ่วง ซึ่งกระสับกระส่ายอยู่. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โลหิตกา ตาลา ได้แก่ พื้นมีสีแดง คือมีรอยแดง ๓ รอย. บทว่า อุรํ สํหจฺจ ได้แก่ รอยแดง ๓ รอยนี้พาดลง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka