Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 430

เล่ม มมร. 62 หน้า 430 ข้อ 248
ก็คือ หนติ (เป็นเอกวจนะ) แปลว่า ย่อมฆ่า. บทว่า ปกฺขินา ได้แก่ นกที่ นำมาล่อนั่นแหละ. บทว่า สุเตน วา ได้แก่ สระดอกปทุม เช่นเดียว กับเนื้อและนกต่ออันปรากฏเสียงลือกันว่า เขมสระไม่มีภัย. บทว่า สุตํ ได้แก่ ผู้แสดงธรรมที่เลื่องลือกันอย่างนี้ว่า ท่านผู้เป็นบัณฑิต มีปกติกล่าวถ้อยคำอัน วิจิตร. บทว่า กีเลฺย ความว่า ผู้ใดดักผู้เลื่องลือ คือพึงเบียดเบียนทำให้เดือด ร้อน ด้วยเครื่องผูกคือบ่วงด้วยคิดว่า เราจักฟังธรรม. บทว่า ตโต ความว่า สิ่งอะไรอย่างอื่นที่จะเลวทรามของชนเหล่านั้นยังมีอยู่อีกเล่า. บทว่า อริยรุทํ ความว่า ผู้ใดกล่าวคำอันประเสริฐ คือถ้อยคำอันดีแต่ปาก. บทว่า ธมฺม- วสฺสิโต ได้แก่ อาศัยธรรมอันเลวทรามนั้นด้วยการกระทำ. บทว่า อุโภ คือ จากโลกทั้งสองคือเทวโลกและมนุษยโลก. บทว่า อิธ เจว ความว่า บุคคล นี้แม้บังเกิดในโลกนี้บังเกิดในโลกหน้า คือบุคคลเห็นปานนี้ชื่อว่า กำจัดเสีย จากโลกแห่งสุคติทั้งสองเสียแล้ว ย่อมเข้าถึงนรกอย่างเดียว. บทว่า ปตฺตสํสยํ ได้แก่ บุคคลแม้ถึงความสงสัยในชีวิตคือถึงความทุกข์แล้วก็ไม่พึงลำบาก. บทว่า สํวเร วิวรานิ จ ความว่า พึงปิดพึงกั้นเสียซึ่งช่องทะลุของตน. บทว่า วุฑฺฒา ได้แก่เป็นบัณฑิตผู้เจริญด้วยคุณ. บทว่า สมฺปตฺตา กาลปริยายํ ได้แก่ เป็นผู้ถึงแล้วซึ่งเวลาใกล้มรณกาล ไม่ล่วงพ้นไปได้แล้ว. บทว่า เอเวเต ตัด บทเป็น เอวํ เอเต บทว่า อิทํ ได้แก่ ถ้อยคำอันอาศัยเหตุที่ข้าพระองค์ กราบทูลไว้แล้วนี้. บทว่า ธมฺมํ ได้แก่ ทั้งธรรมที่เป็นประเพณีทั้งธรรมที่ เป็นสุจริต. พระราชาทรงสดับคำนั้นแล้ว จึงตรัสว่า ชาวพนักงานทั้งหลาย จงนำน้ำ น้ำมันทาเท้า และอาสนะอันมีค่ามากมาเถิด เราจะปล่อยพญาหงส์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka