Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 445

เล่ม มมร. 62 หน้า 445 ข้อ 254 255 256 257 258
[๒๕๔] ผู้ใด เมื่อแขกนั่งแล้ว บริโภคโภชนะ แต่ผู้เดียว ผู้นั้นเปรียบเหมือน กลืนเบ็ดอันมีสายยาว พร้อมทั้งเหยื่อ ดูก่อนโกสิยเศรษฐี เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าขอกล่าวกะท่าน ท่านจงขึ้นสู่ทางของพระ- อริยเจ้า จงให้ทานและจงบริโภค เพราะว่าผู้บริโภค คนเดียวย่อมไม่ได้ความสุข. [๒๕๕] พราหมณ์เหล่านี้มีผิวพรรณงามจริง หนอ เพราะเหตุไร สุนัขของท่านนี้จึงเปล่งรัศมีต่างๆ ได้ ข้าแต่พราหมณ์ ท่านทั้งหลายใครเล่าหนอจะบอก แก่ข้าพเจ้าได้. [๒๕๖] ท่านทั้งสองนี้ คือ จันทเทพบุตรและ สุริยเทพบุตร ส่วนผู้นี้คือ มาตลีเทพสารถี ส่วนเราเป็น ท้าวสักกะจอมเทพชาวไตรทศ และสุนัขตัวนี้เรียกว่า ปัญจสิขเทพบุตร. [๒๕๗] ฉิ่ง ตะโพน และเปิงมาง ย่อมปลุกเทพ บุตรผู้หลับแล้วให้ตื่นและตื่นแล้วย่อมเพลิดเพลินใจ. [๒๕๘] ชนเหล่าใด เหล่าหนึ่ง มีความตระหนี่ เหนียวแน่น มักบริภาษสมณพราหมณ์ทั้งหลาย ชน เหล่านั้นทอดทิ้งร่างกายไว้ในโลกนี้แล้ว เมื่อตายแล้ว ย่อมไปสู่นรก ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งหวังสุคติตั้งอยู่ใน ธรรม คือ ความสำรวมและการแจกทาน ชนเหล่านั้น ทอดทิ้งร่างกายไว้ในโลกนี้แล้ว เมื่อตายไป ย่อมไป สู่สุคติ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka