Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 446

เล่ม มมร. 62 หน้า 446 ข้อ 259 260 261
[๒๕๙] ท่านนั้นชื่อโกสิยเศรษฐี มีความตระ- หนี่มีธรรมอันลามก ในชาติก่อนเป็นญาติของพวกเรา พวกเรามาแล้วในที่นี้ เพื่อประโยชน์แก่ท่านเท่านั้น ด้วยคิดว่า โกสิยะนี้อย่าได้มีธรรมอันลามกไปนรกเลย. [๒๖๐] ก็ท่านเหล่านั้น เป็นผู้ใคร่ประโยชน์แก่ ข้าพเจ้าโดยแท้ เพราะมาพร่ำสอนข้าพเจ้าอยู่เนือง ๆ ข้าพเจ้านั้นจักทำ ตามคำที่ท่านทั้งหลายผู้แสวงหา ประโยชน์กล่าวแล้วทุกประการ ข้าพเจ้านั้นจักของด เว้นจากความเป็นคนตระหนี่เสียในวันนี้แหละ อนึ่ง ข้าพเจ้าจะไม่พึงทำบาปกรรมอะไร ๆ ขึ้น ชื่อว่าการไม่ ให้อะไร ๆ จะไม่มีแก่ข้าพเจ้า และข้าพเจ้ายังไม่ได้ให้ แล้วจะไม่ขอดื่มน้ำ ข้าแต่ท้าววาสวะ ก็เมื่อข้าพเจ้า ให้อยู่อย่างนี้ตลอดกาลทั้งปวง แม้โภคสมบัติของ ข้าพเจ้าจักสิ้นไป แต่นั้นข้าพเจ้าจักละกามทั้งหลาย ตามส่วนที่มีอยู่แล้วจักบวช. [๒๖๑] เทพธิดาเหล่านั้น อันท้าวสักกะผู้ ประเสริฐกว่าเทวดารักษาแล้ว ย่อมบันเทิงอยู่ ณ ภูเขา คันธมาทน์อันเป็นภูเขาประเสริฐสุด ครั้งนั้นนารท ดาบสผู้ประเสริฐ ว่าฤาษี ผู้ไปได้ในโลกทั้งปวง ได้มา ถือเอากิ่งไม้อันประเสริฐ มีดอกบานดีแล้ว ดอกไม้นั้น สะอาด มีกลิ่นหอม เทพยดาชาวไตรทศกระทำสักการะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka