[๒๕๙] ท่านนั้นชื่อโกสิยเศรษฐี มีความตระ-
หนี่มีธรรมอันลามก ในชาติก่อนเป็นญาติของพวกเรา
พวกเรามาแล้วในที่นี้ เพื่อประโยชน์แก่ท่านเท่านั้น
ด้วยคิดว่า โกสิยะนี้อย่าได้มีธรรมอันลามกไปนรกเลย.
[๒๖๐] ก็ท่านเหล่านั้น เป็นผู้ใคร่ประโยชน์แก่
ข้าพเจ้าโดยแท้ เพราะมาพร่ำสอนข้าพเจ้าอยู่เนือง ๆ
ข้าพเจ้านั้นจักทำ ตามคำที่ท่านทั้งหลายผู้แสวงหา
ประโยชน์กล่าวแล้วทุกประการ ข้าพเจ้านั้นจักของด
เว้นจากความเป็นคนตระหนี่เสียในวันนี้แหละ อนึ่ง
ข้าพเจ้าจะไม่พึงทำบาปกรรมอะไร ๆ ขึ้น ชื่อว่าการไม่
ให้อะไร ๆ จะไม่มีแก่ข้าพเจ้า และข้าพเจ้ายังไม่ได้ให้
แล้วจะไม่ขอดื่มน้ำ ข้าแต่ท้าววาสวะ ก็เมื่อข้าพเจ้า
ให้อยู่อย่างนี้ตลอดกาลทั้งปวง แม้โภคสมบัติของ
ข้าพเจ้าจักสิ้นไป แต่นั้นข้าพเจ้าจักละกามทั้งหลาย
ตามส่วนที่มีอยู่แล้วจักบวช.
[๒๖๑] เทพธิดาเหล่านั้น อันท้าวสักกะผู้
ประเสริฐกว่าเทวดารักษาแล้ว ย่อมบันเทิงอยู่ ณ ภูเขา
คันธมาทน์อันเป็นภูเขาประเสริฐสุด ครั้งนั้นนารท
ดาบสผู้ประเสริฐ ว่าฤาษี ผู้ไปได้ในโลกทั้งปวง ได้มา
ถือเอากิ่งไม้อันประเสริฐ มีดอกบานดีแล้ว ดอกไม้นั้น
สะอาด มีกลิ่นหอม เทพยดาชาวไตรทศกระทำสักการะ