Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 447

เล่ม มมร. 62 หน้า 447 ข้อ 262 263
เป็นดอกไม้สูงสุด อันท้าวสักกะผู้ประเสริฐกว่าอมรเทพ เสพแล้ว แต่พวกมนุษย์และพวกอสูรไม่ได้ เว้นไว้แต่ พวกเทวดา เป็นดอกไม้มีประโยชน์ สมควรแก่เทวดา เหล่านั้น ลำดับนั้น นางเทพนารี ๔ องค์ คือ นาง อาสา นางศรัทธา นางศิริ และนางหิริ ผู้มีผิวพรรณ เปรียบด้วยทองคำ เป็นใหญ่กว่านางเทพนารีผู้รื่นเริง ต่างลุกขึ้นกล่าวกะนารทมุนี ผู้เป็นพราหมณ์ผู้ประเสริฐ ว่า ข้าแต่ท่านมหานุนีผู้ประเสริฐ ถ้าดอกปาริฉัตตะนี้ พระคุณเจ้าไม่เจาะจงแล้ว ก็ขอจงให้แก่พวกดีฉันเถิด คติทั้งปวงจงสำเร็จแก่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงให้ แก่พวกดีฉัน เหมือนท้าววาสวะฉะนั้นเถิด นารทดาบส เห็นนางเทพธิดาทั้ง ๔ มาขอดอกไม้ จึงกล่าวว่า ท่าน พูดด้วยคำชวนทะเลาะ เราไม่มีความต้องการด้วยดอก ไม้เหล่านี้สักน้อยหนึ่ง บรรดาเจ้าทั้งสี่ ผู้ใดประเสริฐ กว่า ผู้นั้นจงประดับดอกไม้นั้นเถิด. [๒๖๒] ข้าแต่ท่านนารทะผู้อุดม พระคุณเจ้า นั่นแลจงพิจารณาดูพวกดิฉัน พระคุณเจ้าปรารถนา ให้แก่นางใด ก็จงให้แก่นางนั้น ก็บรรดาพวกดิฉัน พระคุณเจ้าจักให้แก่นางใด นางนั้นแหละ จักเป็นผู้ อันดีฉันทั้งหลายยกย่องว่าประเสริฐสุด. [๒๖๓] ดูก่อนนางผู้มีกายงาม คำนี้ไม่สมควร ใครเป็นพราหมณ์ ใครกล่าวการทะเลาะ เพราะฉะนั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka