เป็นดอกไม้สูงสุด อันท้าวสักกะผู้ประเสริฐกว่าอมรเทพ
เสพแล้ว แต่พวกมนุษย์และพวกอสูรไม่ได้ เว้นไว้แต่
พวกเทวดา เป็นดอกไม้มีประโยชน์ สมควรแก่เทวดา
เหล่านั้น ลำดับนั้น นางเทพนารี ๔ องค์ คือ นาง
อาสา นางศรัทธา นางศิริ และนางหิริ ผู้มีผิวพรรณ
เปรียบด้วยทองคำ เป็นใหญ่กว่านางเทพนารีผู้รื่นเริง
ต่างลุกขึ้นกล่าวกะนารทมุนี ผู้เป็นพราหมณ์ผู้ประเสริฐ
ว่า ข้าแต่ท่านมหานุนีผู้ประเสริฐ ถ้าดอกปาริฉัตตะนี้
พระคุณเจ้าไม่เจาะจงแล้ว ก็ขอจงให้แก่พวกดีฉันเถิด
คติทั้งปวงจงสำเร็จแก่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าจงให้
แก่พวกดีฉัน เหมือนท้าววาสวะฉะนั้นเถิด นารทดาบส
เห็นนางเทพธิดาทั้ง ๔ มาขอดอกไม้ จึงกล่าวว่า ท่าน
พูดด้วยคำชวนทะเลาะ เราไม่มีความต้องการด้วยดอก
ไม้เหล่านี้สักน้อยหนึ่ง บรรดาเจ้าทั้งสี่ ผู้ใดประเสริฐ
กว่า ผู้นั้นจงประดับดอกไม้นั้นเถิด.
[๒๖๒] ข้าแต่ท่านนารทะผู้อุดม พระคุณเจ้า
นั่นแลจงพิจารณาดูพวกดิฉัน พระคุณเจ้าปรารถนา
ให้แก่นางใด ก็จงให้แก่นางนั้น ก็บรรดาพวกดิฉัน
พระคุณเจ้าจักให้แก่นางใด นางนั้นแหละ จักเป็นผู้
อันดีฉันทั้งหลายยกย่องว่าประเสริฐสุด.
[๒๖๓] ดูก่อนนางผู้มีกายงาม คำนี้ไม่สมควร
ใครเป็นพราหมณ์ ใครกล่าวการทะเลาะ เพราะฉะนั้น