Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 478

เล่ม มมร. 62 หน้า 478 ข้อ 295
นางเทพธิดาเหล่านั้น อันท้าวสักกะผู้ประเสริฐ กว่าเทวดารักษาแล้ว บันเทิงอยู่ ณ ภูเขาคันธมาทน์ ซึ่งเป็นภูเขาสูงสุด ในกาลนั้น นารทดาบสผู้ ประเสริฐกว่าฤาษี ผู้สามารถไปตลอดโลกทั้งปวง ได้ มาถือเอากิ่งไม้อันประเสริฐมีดอกบานงามดีแล้ว ดอกไม้นั้นสะอาดมีกลิ่นหอม เทพยดาชั้นดาวดึงส์พา กันกระทำสักการะ เป็นดอกไม้สูงสุด ท้าวสักกะผู้ ประเสริฐกว่าเทวดาทั้งหลายได้เสพแล้ว ส่วนพวก มนุษย์เหล่าอื่น หรือพวกอสูรไม่ได้แล้ว เว้นไว้แต่พวก เทวดา เป็นดอกไม้ที่มีประโยชน์อันสมควรแก่พวก เทวดาเหล่านั้น ในลำดับนั้น นางเทพนารีทั้ง ๔ คือ นางอาสา นางศรัทธา นางสิริ และนางหิริ ผู้มี ผิวพรรณประหนึ่งทองคำ เป็นใหญ่กว่านางเทพธิดา ผู้รื่นเริง ลุกาขึ้นกล่าวกะนารทมุนีผู้เป็นพราหมณ์ ประเสริฐกว่าพวกเทวดามากว่า ข้าแต่มหามุนีผู้ ประเสริฐ ถ้าดอกปาริฉัตตกะนี้ พระผู้เป็นเจ้าไม่เจาะ จงแล้ว ก็จงให้แก่พวกข้าพเจ้าเถิด คติทั้งปวงจงสำเร็จ แก่พระผู้เป็นเจ้า ขอพระผู้เป็นเจ้าจงให้แก่พวกข้าพ- เจ้าดุจท้าววาสวะฉะนั้นเถิด นารทดาบสเห็นนาง เทพธิดาทั้ง ๔ พากันขอดอกไม้นั้น จึงกล่าวว่า ท่าน พูดถ้อยคำชวนทะเลาะ เราหามีความต้องการด้วย ดอกไม้เหล่านี้สักน้อยหนึ่งไม่ บรรดาพวกเจ้าทั้ง ๔ นางใดประเสริฐกว่า นางนั้นก็จงประดับดอกไม้นั้นเถิด.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka