Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 133

<< | หน้าที่ 133 | >>
(มาตลีเทพบุตรได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)

{๒๙๒} [๒๘๕] ท่านโกสิยดาบส พระพรหมก็ตาม

พระอินทร์ผู้เป็นใหญ่ก็ตาม ท้าวปชาบดีก็ตาม

ใครเล่าจะหยั่งถึงความเห็นของพระคุณเจ้านี้ได้

พระคุณเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ก็พระธิดาของพระอินทร์ผู้เป็นใหญ่เกิดได้รับยกย่องว่า

ประเสริฐสุดในหมู่เทพเพราะมีหิริ

(มาตลีเทพบุตรประสงค์จะนำโกสิยดาบสไปยังเทวโลก จึงกล่าวว่า)

{๒๙๓} [๒๘๖] เชิญเถิด เชิญพระคุณเจ้ามาขึ้นรถเหาะไป

สู่สวรรค์ชั้นไตรทศ ณ บัดนี้เถิด

รถคันนี้น่าพอใจพระคุณเจ้าผู้มีโคตรเสมอกับพระอินทร์

แม้พระอินทร์ก็ทรงจำนงหวังพระคุณเจ้าอยู่

ขอพระคุณเจ้าจงถึงความเป็นสหายกับพระอินทร์ในวันนี้เถิด

(พระบรมศาสดาตรัสว่า)

{๒๙๔} [๒๘๗] สัตว์ทั้งหลายที่ไม่ทำบาปย่อมหมดจดด้วยอาการอย่างนี้

อนึ่ง ผลกรรมที่ประพฤติดีแล้วจะไม่สูญหาย

สัตว์เหล่าใดเหล่าหนึ่งได้เห็นอาหารทิพย์

สัตว์เหล่านั้นทั้งหมดได้ถึงความเป็นสหายกับพระอินทร์

{๒๙๕} [๒๘๘] หิรีเทวีเทพธิดาคือพระอุบลวรรณาเถรี

โกสิยฤๅษีคือภิกษุทานบดี

ปัญจสิขเทพบุตรคืออนุรุทธเถระ

ส่วนมาตลีเทพสารถีคือพระอานนทเถระ

[๒๘๙] สุริยเทพบุตรคือพระมหากัสสปเถระ

จันทเทพบุตรคือพระมหาโมคคัลลานเถระ

นารทดาบสคือพระสารีบุตรเถระ

ส่วนท้าวสักกะคือตถาคตสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนี้แล

สุธาโภชนชาดกที่ ๓ จบ



สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka