Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 482

เล่ม มมร. 62 หน้า 482 ข้อ 295
ท้าวปุรินททะผู้ประเสริฐกว่าเทวดา ผู้อันเทวดา กระทำอัญชลีแล้ว ทรงเห็นพระธิดาทั้ง ๔ นั้น มีใจ พะวักพะวงอยู่ จึงตรัสว่า ดูก่อนธิดาผู้งามเลิศ พวกเจ้า ทั้งปวงเป็นผู้เช่นเดียวกัน จงยกไว้ก่อน ในที่นี้ใคร เล่าหนอ ได้กล่าวการทะเลาะขึ้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตา ทิสฺวา ความว่า ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย ท้าวสักกเทวราชเห็นนางเทพธิดาทั้ง ๔ ซึ่งมายังสำนักของตน. บทว่า อายตฺตมนา ความว่า มีใจหงุดหงิดมีจิตฟุ้งซ่าน. บทว่า กตญฺชลี ความว่า ผู้อันเทวดาทั้งหลายนอบน้อมอยู่กระทำอัญชลีแล้ว. บทว่า สาทิสี ความว่า พวกเจ้าทั้งหมดเป็นผู้เหมือนกันจงยกไว้ก่อน. บทว่า โกเนธ ความว่า ก็ใครเล่าหนอ ในที่นี้. บทว่า กลหํ อุทีรเย ความว่า กล่าว การทะเลาะวิวาทนี้ขึ้น คือทำความทะเลาะให้เกิดขึ้น. ลำดับนั้น นางเทพนารีทั้ง ๔ เมื่อจะกราบทูลแด่ท้าวสักกะนั้นจึงกล่าว คาถาว่า นารทมหามุนีใด ผู้เที่ยวไปยังโลกทั้งปวงดำรงอยู่ ในธรรม มีความเพียร บากบั่นนั่นอยู่ในความสัตย์ อย่างแท้จริง ท่านนั้นได้บอกแก่พวกหม่อมฉัน ณ ที่ภูเขาคันธมาทน์ ซึ่งเป็นภูเขาอันประเสริฐว่า ถ้า พวกท่านยังไม่ทราบในที่นี้ว่า ตนประเสริฐหรือธรรม ประเสริฐ ก็จงไปทูลถามท้าวสักกะผู้เป็นจอมแห่ง ภูตเอาเองเถิด. คำว่า มีความเพียร ในคาถานั้น หมายเอามีความบากบั่นเป็นเครื่อง ก้าวไปข้างหน้าอย่างแท้จริง. ท้าวสักกเทวราชทรงสดับดังนั้น จึงทรงพระดำริว่า นางทั้ง ๔ นี้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka