Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 484

เล่ม มมร. 62 หน้า 484 ข้อ 295
บรรดาบทเหล่านั้น คำว่า อยู่ หมายเอาอาศัยอยู่. คำว่า ทิศทักษิณ ได้แก่ ทิศทักษิณ ของภูเขาหิมวันท์. คำว่า ข้าง คือข้างภูเขาหิมวันต์. ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสว่า มาตลีเทพสารถีนั้น อันท้าวสักกะผู้ประเสริฐกว่า เทวดาใช่ให้ไปแล้ว จึงขึ้นรถเทียมด้วยม้าพันตัว ไป ยังอาศรมบทโดยรวดเร็วอย่างนี้ เป็นผู้มีร่างกายอันไม่ ปรากฏ ได้ถวายสุธาโภชน์แก่มุนี. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อทิสฺสมาโน ความว่า ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย มาตลีนั้นรับคำสั่งของท้าวสักกเทวราชแล้ว ก็ไปยังอาศรมบทนั้น มีกายอันมิได้ปรากฏให้เห็น ได้ถวายสุธาโภชน์แก่ดาบสนั้น ก็เมื่อจะถวาย ได้วางถาดสุธาโภชน์ลงในมือของเธอ ผู้ประกอบความเพียรอยู่ตลอดราตรี บำเรอไฟในเวลาใกล้รุ่ง เมื่อราตรีสว่างแล้ว ยืนนอบน้อมนมัสการพระอาทิตย์ ซึ่งกำลังขึ้นสู่ท้องฟ้า. โกสิยดาบสรับโภชนะนั้นแล้ว ยืนกล่าวคาถา ๒ คาถาว่า ก็เมื่อเราบำเรอไฟที่เราบูชาแล้ว ยืนอยู่ใกล้ พระอาทิตย์ซึ่งแรกขึ้น มีแสงสว่าง บรรเทาความมืดใน โลกอันสูงสุดเสียได้ ท้าววาสวะผู้ครอบงำภูตทั้งหมด หรือว่าใครเล่ามาวางภัตขาวสะอาดลงในฝ่ามือของเรา ภัตนี้ขาวสะอาด มีพรรณขาวประดุจสังข์ขาวน่าดูยิ่ง กว่าปุยนุ่น สะอาดมีกลิ่นหอมน่ารักใคร่ ยังไม่เคยมี เลย แม้เราเองก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อน ด้วยชาตจักษุ ของเรา เทวดาองค์ไหนเล่ามาวางไว้ในฝ่ามือของเรา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka