Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 486

เล่ม มมร. 62 หน้า 486 ข้อ 295
ที่บุคคลบริโภคแล้วนี้ ย่อมขจัดเสียได้ซึ่งธรรมอันลามกถึง ๑๒ ประการ คือ ย่อมขจัดความหิวเป็นที่ ๑ ก่อน ขจัดความกระหายน้ำเป็นที่ ๒ ความกระสัน เป็นที่ ๓ ความกระวนกระวายกายเป็นที่ ๔ ความเหน็ดเหนื่อยเป็นที่ ๕ ความโกรธเป็นที่ ๖ ความเข้าไปผูกโกรธเป็นที่ ๗ ความวิวาทเป็นที่ ๘ ความส่อเสียดเป็นที่ ๙ ความหนาวเป็นที่ ๗ ความร้อนเป็นที่ ๑๑ ความ เกียจคร้านเป็นที่ ๑๒ สุธาโภชน์มีรสอันสูงสุด คือมีรสอันอุดมถึงเพียงนี้ ย่อมขจัดบาปธรรม ๑๒ ประการเหล่านี้เสียได้. โกสิยดาบสดับคำนั้นแล้ว เมื่อจะกระทำให้แจ้งซึ่งการสมาทานวัตร ของตน จึงกล่าวคาถาว่า ดูก่อนมาตลีเทพสารถี เรายังไม่ได้ให้ก่อนแล้ว บริโภคย่อมไม่สมควร วัตรของเรานี้เป็นวัตรอันอุดม อนึ่ง การบริโภคคนเดียว พระอริยเจ้าไม่บูชาแล้ว ก็ ชนผู้มิได้แบ่งบริโภคเสียแต่ผู้เดียว ย่อมไม่ประสบ ความสุขเลย. โกสิยดาบสครั้นกล่าวคาถาแล้ว ผู้อันมาตลีถามว่า ข้าแต่พระ- คุณเจ้าผู้เจริญ พระคุณเจ้าเห็นโทษอะไรในการไม่ให้คนอื่นเสียก่อนแล้ว บริโภค จึงได้สมาทานวัตรนี้ จึงตอบว่า ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่ง เป็นผู้ฆ่าหญิง คบหา ภรรยาของชายอื่น ประทุษร้ายต่อมิตร อนึ่ง ย่อมฆ่า สมณพราหมณ์ ผู้มีวัตรอันดีงาม ชนเหล่านั้นทั้งหมด ทีเดียว มีความตระหนี้เป็นที่ห้า ชื่อว่าเป็นผู้เลวทราม เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าไม่ให้ก่อนแล้วจึงไม่ดื่มแม้จน กระทั่งน้ำ ข้าพเจ้านั้น จักให้ทานแก่หญิงหรือชาย ที่ผู้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka