Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 493

เล่ม มมร. 62 หน้า 493 ข้อ 295
ในท่ามกลางมหาสมุทรนั้น ในกาลบางครั้ง เขามี ทรัพย์สิ้นไป ทั้งทรัพย์อันเป็นต้นทุนก็สูญหายไปแล้ว ก็กลับมา ชาวนาทั้งหลาย ย่อมไถนาด้วยความหวัง หว่านพืชก็กระทำโดยแยบคาย เขาไม่ได้ประสบผล อะไร ๆ จากข้าวกล้านั้น เพราะเพลี้ยตกลงบ้าง เพราะ ฝนแล้งบ้าง ในภายหลัง นรชนทั้งหลายผู้แสวงหา ความสุข ทำความหวังข้างหน้า ย่อมทำการงานของตน เพื่อนาย นรชนเหล่านั้น ถูกศัตรูเบียดเบียนแล้ว ไม่ ได้ประโยชน์อะไร ๆ ย่อมหนีไปสู่ทิศทั้งหลาย เพื่อ ประโยชน์แก่นายอีก สัตว์ผู้แสวงหาความสุขเหล่านี้ เป็นผู้ใคร่จะไปสวรรค์ ละทิ้งธัญชาติทรัพย์และหมู่ ญาติเสียแล้ว ย่อมทำความเพียรอันเศร้าหมองตลอด กาลนาน เดินทางผิดย่อมไปสู่ทุคติเพราะความหวัง เพราะฉะนั้น ท่านชื่อว่า อาสา ที่เขาสมมติว่า เป็นผู้ มักกล่าวให้เคลื่อนคลาดจากความจริง ดูก่อนนางอาสา ท่านจงนำความหวังในสุธาโภชน์ในตนออกเสีย นาง เทพธิดาเช่นท่าน ยังไม่สมควรอาสนะและนำสุธาโภชน์ จักมีแต่ที่ไหนเล่า ท่านจงไปเสียเถิด ท่านไม่เป็นที่ ชอบใจของเรา. ในคาถานั้นมีอธิบายว่า คำว่า แล่นไป คือ แล่นเรือไป. คำว่ามีทรัพย์ สิ้นไป คือ ทรัพย์สูญไปแล้ว โกสิยดาบสกล่าวอธิบายไว้ว่า ชนเหล่าหนึ่ง ย่อมอิ่มเอิบด้วยอำนาจของท่าน และชนอีกพวกหนึ่งก็เสื่อมโทรมด้วยอำนาจ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka