ซึ่งมีสีแดงแวดล้อมแล้ว. คำว่า ท่านมีชื่อว่าอย่างไรยืนอยู่ อธิบายว่า
เถาวัลย์คำอ่อนนั้น ถูกลมพัดแล้วไหวไปมาอยู่ดูงดงามตั้งอยู่ด้วยประการใด
ท่านมีชื่อว่าอย่างไร ยืนอยู่ด้วยประการนั้น. คำว่า ราวกะว่าจะพูด อธิบาย
ว่า ท่านได้เป็นผู้ราวกะว่าปรารถนาจะพูดกับเรา แต่หาเปล่งถ้อยคำไม่.
ลำดับนั้น นางหิรีเทพธิดานั้น จึงกล่าวคาถาว่า
ข้าพเจ้ามีชื่อว่านางหิรีเทวี ได้รับการบูชาแล้ว
ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้ไม่เสพสัตว์ผู้ลามกใน
กาลทุกเมื่อ มายังสำนักของท่าน เพราะวิวาทกันด้วย
เรื่องสุธาโภชน์ ข้าพเจ้านั้น มิอาจที่จะขอสุธาโภชน์
กะท่านได้ เพราะการขอของหญิงดูเหมือนจะเป็นของ
น่าละอาย.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า หิราห คือ ข้าพเจ้าชื่อหิรี. บทว่า สุธํปิ
ความว่า ข้าพเจ้านั้นไม่อาจแม้เพื่อขอสุธาโภชน์กะท่าน. เพราะเหตุไร บทว่า
โกปินรูปาวิย ยาจนิตฺถิยา ความว่า เพราะการขอของหญิงดูเหมือนจะ
เป็นของน่าละอาย เป็นเช่นกับการเปิดเผยอวัยวะลับ เป็นเหมือนปราศจาก
ความละอาย.
โกสิยดาบสได้สดับคำนั้น จึงได้กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า
ดูก่อนนางผู้มีกายงดงาม ท่านจักได้ตามธรรม
ตามอุบายที่ชอบ นี้เป็นธรรมดาทีเดียว ก็สุธาโภชน์นั้น
ท่านจะได้เพราะการขอก็หาไม่ เพราะฉะนั้น เราพึง
เชื้อเชิญท่านผู้มิได้ขอสุราโภชน์นั้น ท่านต้องการสุธา-
โภชน์ใด ๆ เราจะให้สุธาโภชน์นั้น ๆ แก่ท่าน. ดูก่อน
นางผู้มีสรีระคล้ายทองคำ วันนี้เราขอเชิญท่านไปใน