Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 506

เล่ม มมร. 62 หน้า 506 ข้อ 295
ท้าวสักกะครั้นบูชานางอย่างนี้แล้ว จึงทรงดำริว่า เพราะเหตุอะไร เล่าหนอ โกสิยดาบสจึงไม่ให้แก่นางเทพธิดาที่เหลือ ได้ให้สุธาโภชน์แก่ นางหิรีนี้ผู้เดียว ท้าวเธอจึงส่งมาตลีเทพสารถีไปอีกครั้งหนึ่ง เพื่อต้องการจะรู้ เหตุนั้น. พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า ท้าวสหัสนัยน์ผู้เป็นจอมแห่งชาวไตรทศ ได้ตรัส กะมาลีนั้นต่อไปอีกว่า ท่านจงไปถามโกสิยดาบส ตามคำของเราว่า ข้าแต่โกสิยดาบส เว้นนางอาสา นางศรัทธา และนางสิริเสีย นางหิรีผู้เดียวได้สุธาโภชน์ แล้ว เพราะเหตุอะไร. ในคาถานั้นมีคำอธิบายว่า คำว่า ตรัส คือได้ตรัสไว้แล้ว. คำว่า ตาม คำของเรา คือท่านจงกล่าวคำพูดของเรากะโกสิยดาบส. คำว่า นางอาสา นางศรัทธา และนางสิรี ความว่า เว้นจากนางอาสา นางศรัทธาและนางสิรี เสีย นางหิรีผู้เดียวเท่านั้นได้สุธาโภชน์แล้ว เพราะเหตุอะไร. มาตลีเทพสารถีนั้น รับคำของท้าวสักกะนั้นแล้ว จงได้ขึ้นรถ ไพชยนต์ไป. พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า มีตลีขึ้นรถนั้น เลื่อนลอยไปตามสบายรุ่งเรือง อยู่ เช่นกับด้วยเครื่องใช้สอย มีงอนรถสำเร็จ ไปด้วยทองชมพูนุท มีสีแดงคล้ายทองวิเศษ มีเครื่อง ลาดวิจิตรด้วยทองคำอันประดับแล้ว รูปทั้งหลายมีอยู่ มากมายในรถนั้น คือ รูปพระจันทร์ ช้าง โค ม้า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka