Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 656

เล่ม มมร. 62 หน้า 656 ข้อ 393
ข้าแต่มหาราชเจ้า ผู้เป็นจอมประชาชน พระองค์ ก็เหมือนกัน จงทรงสดับถ้อยคำของข้าพระองค์ ข้า พระองค์จักเนรเทศพระองค์เสียจากแว่นแคว้น เหมือน อย่างมาณพนักดื่ม ฉะนั้น. แม้กาฬหัตถีเสนาบดีได้นำเอาเรื่องอุปมาต่าง ๆ มาเล่าถวายอย่างนี้ พระราชาก็ไม่อาจจะอดเนื้อนั้นได้ ตรัสแสดงตัวอย่างเทียม แม้อย่างอื่นอีกต่อไป โดยคาถาว่า สาวกของพวกฤๅษีผู้มีตนอันอบรมแล้ว นามว่า สุชาต เขาอยากได้นางอัปสรจนไม่กินไม่ดื่มกามของ มนุษย์ในสำนักกามอันเป็นทิพย์ เท่ากับเอาน้ำด้วย ปลายหญ้าคา มาเทียบกับน้ำในมหาสมุทร. ท่านกาฬะ เราได้บริโภคของกินที่มีรสอย่างสูง แล้วไม่ได้เนื้อมนุษย์ เห็นจักต้องละชีวิตเหมือนอย่าง สุชาต ฉะนั้นแล. ก็นิทานแห่งคาถานี้ ตอนต้นเหมือนกับเรื่องที่กล่าวไว้แล้วคราวก่อน. คำว่า ผู้มีตนอันอบรมแล้ว หมายถึงฤๅษีทั้ง ๕๐๐ เหล่านั้น ผู้ได้อบรมตน มาแล้ว. คำว่า อยากได้นางอัปสร มีเรื่องเล่าไว้ว่า ได้ยินว่า ในเวลาที่ พวกฤๅษีเหล่านั้นฉันชิ้นชมพู่ใหญ่ สุชาตทราบว่าท่านไม่มาแน่ จึงคิดว่า ท่าน ไม่มาด้วยเหตุไรหนอ ถ้าท่านไปไหน เราจักทราบ ถ้าท่านไม่ได้ไป เราจัก ได้ฟังธรรมในสำนักของท่าน แล้วไปสู่สวนไหว้เท้าของฤๅษีทั้งหลายแล้ว นั่ง ฟังธรรมอยู่ในสำนักของเจ้าคณะ เมื่อพระอาทิตย์อัสดงคตแล้ว ท่านเจ้าคณะ บอกให้กลับ จึงกล่าวว่า วันนี้ข้าพเจ้าจักพักแรมอยู่ในสวนนี้ ไหว้พวกฤๅษี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka