ดูก่อนพระราชา อาตมภาพเป็นผู้หยุดก่อนแล้ว
ในธรรมของตน ไม่ได้เปลี่ยนนามและโคตร ส่วนโจร
นักปราชญ์ ท่านกล่าวว่า ไม่หยุดในโลก เพราะเคลื่อน
จากโลกนี้แล้ว ต้องไปเกิดในอบายหรือในนรกแน่.
ดูก่อนพระราชา ข้าพระองค์ทรงเชื่ออาตมภาพ
ต้องจับพระเจ้าสุตโสมผู้เป็นกษัตริย์มาด้วย พระองค์
บูชายัญด้วยพระเจ้าสุตโสมนั่นแล จักไปสวรรค์แล.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สธมฺเมสุ ความว่า ดูก่อนมหาบพิตร
อาตมภาพเป็นผู้หยุดแล้วในกรรมของตนกล่าวคือกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ
เมื่อก่อนพระองค์เป็นพระราชาทรงพระนามว่า พรหมทัต ละพระนามนั้น
เสียแล้วเปลี่ยนมาชื่อว่า โปริสาท บัดนี้มีนามว่ากัมมาสบาท แม้อุบัติ
ในขัตติยสกุล ก็ยังกินเนื้อมนุษย์ซึ่งเป็นของไม่สมควรกิน ท่านเปลี่ยน
นามและโคตรของตน ฉันใด อาตมามิได้เปลี่ยนนามและโคตรเหมือนอย่าง
นั้นเลย ส่วนโจรนักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่าไม่ตั้งอยู่ในกุศลกรรมบถ ๑๐
ประการ เคลื่อนจากโลกนี้แล้วต้องไปเกิด ในอบายหรือนรก และโจร
นั้นเมื่อตกนรกแล้วย่อมไม่ได้ที่พึ่งสำนักแห่งตนดังนี้แล. คำว่า สุตะ ใน
คาถานั้น หมายถึงพระเจ้าสุตโสม อธิบายว่า ดูก่อนเจ้าโปริสาทผู้เจริญ
ท่านนั่นแลกล่าวมุสาวาท เพราะท่านกล่าวปฏิญาณแก่เราว่า จักนำพระราชา
ในชมพูทวีปทั้งหมดมากระทำพลีกรรม บัดนี้ ท่านนำพระราชาสามัญธรรมดา
ผู้มีกำลังทุรพลมาเช่นนั้น ส่วนพระเจ้าสุทโสมมหาราชผู้เป็นใหญ่ในพื้นชมพู-
ทวีปทั้งหมดท่านมิได้นำมา ถ้อยคำของท่านชื่อว่าเป็นคำเท็จ เพราะฉะนั้น
จงไปจับพระเจ้าสุตโสมมาด้วย.