Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 62 หน้าที่ 668

เล่ม มมร. 62 หน้า 668 ข้อ 393
พระเจ้าสุตโสมเสวยอาหารเช้าแต่เช้าทีเดียว เสด็จขึ้นทรงมงคลหัตถีที่เขา ประดับประดาไว้อย่างดีแล้ว แวดล้อมไปด้วยจตุรงคินีเสนาเสด็จออกจาก พระนคร. ครั้งนั้น พราหมณ์ชื่อว่านันทะ นำเอาคาถาชื่อว่า สตารหา ๔ คาถา ล่วงหนทาง ๑๒๐โยชน์ แต่พระนครตักกศิลา ถึงพระนครนั้นแล้ว พักอยู่ที่ บ้านใกล้ประตูพระนคร เนื้อดวงอาทิตย์อุทัยเข้าไปสู่พระนคร เห็นพระราชา เสด็จออกทางประด้านทิศตะวันออก. จึงเหยียดมือออกถวายชัยมงคล พระราชา เสด็จพระราชดำเนิน ทอดพระเนตรทิศอยู่ ได้ทอดพระเนตรเห็นมือที่เหยียด ออกของพราหมณ์ผู้ยืนอยู่ ณ ประเทศอันสูง ทรงไสพระยาช้างเสด็จเข้าไปใกล้ พราหมณ์ เมื่อจะตรัสถาม ได้ตรัสพระคาถาว่า ชาติภูมิของท่านอยู่แคว้นแดนไหน ข้าพเจ้าขอ ถามท่านพราหมณ์ ท่านมาถึงพระนครนี้ด้วยต้องการ ประโยชน์อะไร ท่านพราหมณ์จงบอกความประสงค์ นั้นแก่ข้าพเจ้า ท่านปรารถนาอะไร ข้าพเจ้าจักให้สิ่ง ที่ท่านปรารถนาในวันนี้. ลำดับนั้น พราหมณ์นั้นจึงทูลท้าวเธอเป็นคาถาว่า ข้าแต่พระจอมธรณีมหิศร พระคาถา ๔ พระคาถา มีอรรถอันลึกวิเศษนัก เปรียบประดุจสาคร ข้าพเจ้า มาในพระนครนี้ก็เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ ขอพระ- องค์จงทรงสดับพระคาถาอันประกอบด้วยประโยชน์ อย่างยอดเยี่ยม.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka