ในคาถาเหล่านั้น บทว่า สุขี ความว่า บุคคลที่ถึงความสุขแล้ว.
บทว่า มจฺจุมุขา ปมุตฺโต ความว่า หลุดออกจากปากของความตาย
เพราะพ้นจากเงื้อมมือของโจรเช่นข้าพเจ้าแล้ว จะพึงกลับมาอีก ถ้อยคำนี้
ข้าพเจ้ายังไม่ยอมเชื่อเลย ข้าแต่ท่านโกรัพยะผู้ประเสริฐสุด พระองค์จะไม่มา
ยังสำนักของหม่อมฉันอีกกระมัง ดูก่อนท่านสุตโสม ท่านพ้นจากเงื้อมมือของ
เจ้าโปริสาทแล้ว เสด็จไปยังพระราชมณเฑียร. บทว่า สกํ มนฺทิรํ ได้แก่
ราชธานี. บทว่า กามกามี ความว่า พระองค์ทรงเพลิดเพลินอยู่ด้วยกามคุณ
จักกลับมายังสำนักของข้าพเจ้าได้อย่างไร.
พระมหาสัตว์ได้ทรงสดับดังนั้น เป็นดุจพระยาไกรสรราชสีห์ ไม่
หวาดหวั่น ตรัสตอบว่า
คนที่มีศีลบริสุทธิ์ มุ่งปรารถนาความตาย คนผู้มี
ธรรมลามกที่นักปราชญ์ติเตียน ไม่พึงปรารถนาชีวิต
นรชนคนใดพึงกล่าวคำเท็จ เพราะเหตุแม้แห่งของรัก
อันใด ของรักอันนั้น ไม่รักษานรชนคนนั้นจากทุคติ
ได้เลย.
แม้ถึงลมจะพึงพัดภูเขามาได้ ดวงจันทรและ
ดวงอาทิตย์จะพึงตกในแผ่นดินได้ แม่น้ำทั้งหมดจะ
พึงไหลทวนกระแสได้ ถึงอย่างนั้น ข้าพเจ้าก็พูดเท็จ
ไม่ได้จริง ๆ นะพระราชา.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มตํ วเรยฺย ความว่า ดูก่อนเจ้าโปริสาท
นรชนคนใด มีศีลบริสุทธิ์ พึงมุ่งปรารถนาความตาย อธิบายว่า จงต้องการ
จงปรารถนาความตาย. บทว่า น ชีวิตํ ความว่า ส่วนบุคคลผู้มีธรรมอันลามก
ที่นักปราชญ์ติเตียน ไม่พึงปรารถนาคือไม่ต้องการชีวิต เพราะชีวิตของเขา
ไม่มีราคา เพราะไม่ทำความเจริญอะไรต่อไป. บทว่า ยสฺส ความว่า คนทุศีล