Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 9

เล่ม มมร. 63 หน้า 9 ข้อ 417 418
[๔๑๗] พระราชโอรสนั้นมิได้เป็นใบ้ มิได้เป็น ง่อยเปลี้ย พระองค์มีพระวาจาสละสลวย ได้ยินว่า พระองค์กลัวราชสมบัติ จึงได้ทรงทำการลวงเป็นอัน มาก พระองค์ทรงระลึกถึงชาติก่อน ที่พระองค์ได้ เสวยราชสมบัติ พระองค์เสวยราชสมบัติในกาลนั้น แล้ว ต้องไปตกนรกอันกล้าแข็ง พระองค์เสวยราช- สมบัติในกาลนั้น ๒๐ ปี แล้วต้องหมกไหม้อยู่ในนรก ๘๐,๐๐๐ ปี พระองค์กลัวจะต้องเสวยราชสมบัตินั้น ทรงอธิษฐานว่า ขอชนทั้งหลายอย่าพึงอภิเษกเราใน ราชสมบัติเลย เพราะฉะนั้น พระองค์จึงไม่ตรัสใน สำนักของพระชนกและพระชนนีในกาลนั้น พระราช โอรสทรงสมบูรณ์ด้วยองคาพยพ มีพระรูปงดงาม สมส่วน มีพระราจาสละสลวย มีพระปัญญา ทรง ดำรงในมรรคาแห่งสวรรค์ ถ้าพระแม่เจ้ามีพระ- ราชประสงค์จะทอดพระเนตรเห็นพระราชโอรสของ พระองค์. ก็ขอเชิญเสด็จเถิด ข้าพระองค์จักนำเสด็จ พระแม่เจ้าไปให้ถึงที่ที่พระเตมิยราชโอรสประทับอยู่. [๔๑๘] เจ้าหน้าที่ทั้งหลายจงเทียมรถเทียมม้า จง ผูกเครื่องประดับช้าง จนกระทั่งสังข์และบัณเฑาะว์ จงตีกลองหน้าเดียว จงตีกลองสองหน้า และรำมะนา อันไพเราะ ขอชาวนิคมจงตามเรามา เราจักไปให้ โอวาทแก่ลูกชาย นางสนม กุมาร พ่อค้า และ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka