Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 65

เล่ม มมร. 63 หน้า 65 ข้อ 441
ลำดับนั้น พระราชามีพระดำริว่า เราจักอภิเษกลูกของเราในที่นี้แหละ แล้วพากลับไปพระนคร เมื่อจะเชิญพระมหาสัตว์ให้ครองราชสมบัติ จึงตรัสว่า ลูกรัก ดีฉันขอมอบกองพละช้าง กองพลรถ กอง พลม้า กองพลราบ และกองพลผูกเกราะ ตลอดถึง พระราชนิเวศอันเป็นที่รื่นรมย์แก่พ่อ. และขอมอบนาง สนมกำนัลในผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการพร้อมสรรพ แก่พ่อ พ่อจงปฏิบัติในนางเหล่านั้น จงเป็นพระราชา ของดิฉันทั้งหลาย สตรี ๔ คนเป็นผู้ฉลาดในการฟ้อน- รำและการขับร้อง ศึกษามาดีแล้ว จักทำให้ลูกรื่นรมย์ ในกาม พ่อจักทำอะไรในป่า ดิฉันจักนำราชกัญญา จากพระราชาเหล่าอื่นที่ตกแต่งแล้วมาเพื่อพ่อ พ่อจง ให้นางเหล่านั้นมีโอรสมาก ๆ แล้วจึงผนวชต่อภายหลัง พ่อยังเยาว์เป็นหนุ่มแน่น ตั้งอยู่ในปฐมวัย มีเกศาดำ สนิท จงครองราชสมบัติเถิด ขอพ่อจงเจริญ จักทำ อะไรในป่า. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า หตฺถานีกํ ความว่า ช้างโขลงใหญ่ ตั้งแต่ ๑๐ เชือกขึ้นไป ชื่อว่ากองพลช้าง กองพลรถก็อย่างนั้น. บทว่า จมฺมิโน ได้แก่ กองทหารกล้าตายสวมเกราะ บทว่า กุสลา แปลว่า ผู้ฉลาด. บทว่า สุสิกฺขิตา ความว่าเป็นผู้ได้รับการศึกษาดีในหน้าที่ของหญิงแม้อื่น ๆ. บทว่า จตุริตฺถิโย ได้แก่ หญิงงามมีเสน่ห์ ๔ คน อีกอย่างหนึ่ง หญิง ชาวเมือง ๔ คน อีกอย่างหนึ่ง หญิงฟ้อนรำ ๔ คน. บทว่า ปฏิราชูหิ กญฺา ความว่า ลูกรัก พ่อจักนำราชกัญญาอื่น ๆ แต่พระราชาอื่น ๆ มาให้ลูก.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka