Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 102

เล่ม มมร. 63 หน้า 102 ข้อ 481
ลำดับนั้น เทวดากล่าวคาถากะพระมหาสัตว์ว่า การงานอันใด ยังไม่ถึงที่สุดด้วยความพยายาม การงานอันนั้นก็ไร้ผล มีความลำบากเกิดขึ้น การทำ ความพยายามในฐานะอันไม่สมควรใด จนความตาย ปรากฏขึ้น ความพยายามในฐานะอันไม่สมควรนั้นจะ มีประโยชน์อะไร. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อปารเณยฺยํ ความว่า ยังไม่ถึงที่สุด ด้วยความพยายาม. บทว่า มจฺจุ ยสฺสาภินิปฺผตํ ความว่า การทำความ. พยายามในฐานะอันไม่สมควรใด จนมัจจุคือความตายนั่นแลปรากฏขึ้น ความ พยายามในฐานะอันไม่สมควรนั้น จะมีประโยชน์อะไร. เมื่อนางมณีเมขลากล่าวอย่างนี้แล้ว พระมหาสัตว์เมื่อจะทำนางมณี เมขลาให้จำนนต่อถ้อยคำ จึงได้ตรัสคาถาต่อไปว่า ดูก่อนเทวดา ผู้ใดรู้แจ้งว่าการงานที่ทำ จะไม่ ลุล่วงไปได้จริง ๆ ชื่อว่าไม่รักษาชีวิตของตน ถ้าผู้นั้น ละความเพียรในฐานะเช่นนั้นเสีย ก็จะพึงรู้ผลแห่ง ความเกียจคร้าน ดูก่อนเทวดา คนบางพวกในโลกนี้ เห็นผลแห่งความประสงค์ของตน จึงประกอบการงาน ทั้งหลาย การงานเหล่านั้นจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม ดูก่อนเทวดา ท่านก็เห็นผลแห่งกรรมประจักษ์แก่ตน แล้วมิใช่หรือ คนอื่น ๆ จมในมหาสมุทรหมด เรา คนเดียวยังว่ายข้ามอยู่ และได้เห็นท่านมาสถิตอยู่ใกล้ ๆ เรา เรานั้นจักพยายามตามสติกำลัง จักทำความเพียร ที่บุรุษควรทำ ไปให้ถึงฝั่งแห่งมหาสมุทร.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka