Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 132

เล่ม มมร. 63 หน้า 132 ข้อ 481
เถิด พระองค์ ขอพระองค์จงเสด็จกลับเถิด แว่นแคว้นของพระองค์นี้ จง อย่าพินาศ. พระราชาทรงสดับ ดังนี้นั้นแล้วมีพระดำริว่า เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่ จะไม่ เกิดโจรปล้นทำลายแว่นแคว้นเลย นี้จักเป็นการกระทำของพระสีวลิเทวี เมื่อ จะทรงทำให้พระนางจำนนต่อถ้อยคำ จึงตรัสว่า เราทั้งหลายผู้ไม่มีความกังวล มีชีวิตเป็นสุขดี หนอ เมื่อแว่นแคว้นถูกโจรปล้น พวกโจรมิได้นำ อะไร ๆ ของเราไปเลย เราทั้งหลายผู้ไม่มีความกังวล มีชีวิตเป็นสุขดีหนอ เราทั้งหลายจักมีปีติเป็นภักษา เหมือนเทวดาชั้นอาภัสรา ฉะนั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิลุมฺปมานมฺหิ ได้แก่ ถูกโจรปล้น อยู่. บทว่า อากสฺสรา ยถา ความว่า พรหมเหล่านั้นเป็นผู้มีปีติเป็นภักษา ยังกาลเวลาให้ล่วงไปด้วยความสุขในสมาบัติ ฉันใด เราทั้งหลายจักยังเวลาให้ ล่วงไป ฉันนั้น. แม้เมื่อพระราชาตรัสอย่างนี้แล้ว มหาชนก็ยังติดตามพระองค์ไปอยู่ นั่นเอง พระมหาสัตว์มีพระดำริว่า มหาชนเหล่านั้นไม่ปรารถนาจะกลับ เราจักให้ มหาชนนั้นกลับ เมื่อทรงดำเนินทางไปได้กึ่งคาวุต พระองค์ จึงทรงหยุดพัก ประทับยืนในทางใหญ่ ตรัสถามอมาตย์ทั้งหลายว่า ราชสมบัตินี้ของใครอมาตย์ ทั้งหลายกราบทูลว่า ของพระองค์ ท้าวเธอจึงตรัสว่า ถ้าอย่างนั้น ท่านทั้งหลาย จงลงราชทัณฑ์แก่ผู้ทำรอยขีดนี้ให้ขาด ตรัสฉะนี้แล้วทรงเอาธารพระกรลากให้ เป็นรอยขีดขวางทาง ใคร ๆ ไม่สามารถทำรอยขีด ที่พระราชาผู้มีพระเดชา- นุภาพได้ทรงขีดไว้ให้ขาดลบเลือน มหาชนทำรอยขีดเหนือศีรษะคร่ำครวญกัน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka