Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 147

เล่ม มมร. 63 หน้า 147 ข้อ 481
บัดนี้ พระนางสีวลีตามหลังเรามา ขึ้นชื่อว่าสตรีย่อมเป็นมลทินของบรรพชิต ชนทั้งหลายเห็นนางตามเรามา จักติเตียนเราว่า บรรพชิตนี้แม้บวชแล้ว ก็ยัง ไม่สามารถจะละภรรยาได้ ถ้านางกุมารีนี้ฉลาด จักพูดถึงเหตุให้นางสีวลีกลับ เราจักฟังถ้อยคำของนางกุมารีนี้แล้วส่งนางสีวลีกลับ มีพระดำริฉะนั้นแล้ว เสด็จ เข้าไปใกล้นางกุมารีนั้น เมื่อจะตรัสถามจึงตรัสคาถาว่า แน่ะนางกุมาริกาผู้ยังนอนกับแม่ ผู้ประดับกำไล มือเป็นนิตย์ กำไลมือของเจ้าข้างหนึ่งมีเสียงดัง อีก ข้างหนึ่งไม่มีเสียงดัง เพราะเหตุไร. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุปเสนิเย ความว่า เข้าไปนอนใกล้ มารดา. บทว่า นิคฺคลมณฺฑิเต ความว่า พระมหาสัตว์ตรัสว่า มีปกติ ประดับด้วยเครื่องประดับชั้นยอด. บทว่า สุณติ ได้แก่ ทำเสียง. นางกุมาริกากล่าวว่า ข้าแต่พระสมณะ เสียงเกิดแต่กำไลสองอันที่ สวมอยู่ในข้อมือของข้าพเจ้านี้กระทบกัน ความที่ กำไลทั้งสองกระทบกันนั้นเป็นเหตุแห่งเสียง กำไล อันหนึ่งที่สวมอยู่ในข้อมือของข้าพเจ้านี้นั้น ไม่มีอัน ที่สอง จึงไม่ส่งเสียง เป็นเหมือนนักปราชญ์สงบนิ่ง อยู่ บุคคลสองคนก็วิวาทกัน คนเดียวจักวิวาทกับ ใครเล่า ท่านผู้ใคร่ต่อสวรรค์ จงชอบความเป็นผู้อยู่ คนเดียวเถิด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทุนีวารา แปลว่า กำไลสองอัน. บทว่า สํฆฏา ความว่า เพราะกระทบกัน คือเสียดสีกัน. บทว่า คติ ได้แก่ ความ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka