Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 163

เล่ม มมร. 63 หน้า 163 ข้อ 510 511 512 513 514
[๕๑๐] ข้าแต่พระเจ้ากาสี อาตมาทั้งสองขอ นอบน้อมแด่พระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ยังชาวกาสีให้ เจริญ อาตมาทั้งสองขอนอบน้อมแด่พระองค์ อาตมา ทั้งสองประคองอัญชลีแด่พระองค์ ขอพระองค์โปรด พาอาตมาทั้งสองไปให้ถึงสามกุมาร อาตมาทั้งสองจะ สัมผัสเท้าทั้งสองและดวงหน้าอันงดงามน่าดูของเธอ แล้วทรมานตนให้ถึงกาลกิริยา. [๕๑๑] สามกุมารถูกฆ่านอนอยู่ที่ป่าใด ดุจดวง จันทร์ดวงอาทิตย์ตกลงเหนือแผ่นดินแล้วเกลือกเปื้อน ด้วยฝุ่นทราย ป่านั้นเป็นป่าใหญ่ เกลือนกล่นด้วย พาลมฤค ปรากฏเหมือนที่สุดอากาศ ผู้เป็นเจ้าทั้งสอง จงอยู่ในอาศรมนี้แหละ. [๕๑๒] ถ้าในป่านั้นมีพาลมฤคตั้งร้อย ตั้งพันและ ตั้งหมื่น อาตมาทั้งสองก็ไม่มีความกลัวในพาลมฤค ทั้งหลายในป่าไหน ๆ เลย. [๕๑๓] ในกาลนั้น พระเจ้ากาสีทรงพาฤาษี ทั้งสองผู้ตามืดไปในป่าใหญ่ สุวรรณสามถูกฆ่าอยู่ใน ที่ใด ก็ทรงจูงมือฤๅษีทั้งสองไปในที่นั้น. [๕๑๔] ดาบสดาบสินีทั้งสองเห็นสามกุมารผู้เป็น บุตรนอนเกลือกเปื้อนฝุ่นทราย ถูกทิ้งไว้ในป่าใหญ่ ดุจดวงจันทร์หรือดวงอาทิตย์ตกเหนือแผ่นดินก็ปริเทว- นาการน่าสงสาร ประคองแขนทั้งสองร้องไห้ว่าสภาพ ไม่ยุติธรรมมาเป็นไปในโลกนี้ พ่อสามผู้งามน่าดู พ่อ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka