[๕๑๐] ข้าแต่พระเจ้ากาสี อาตมาทั้งสองขอ
นอบน้อมแด่พระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ยังชาวกาสีให้
เจริญ อาตมาทั้งสองขอนอบน้อมแด่พระองค์ อาตมา
ทั้งสองประคองอัญชลีแด่พระองค์ ขอพระองค์โปรด
พาอาตมาทั้งสองไปให้ถึงสามกุมาร อาตมาทั้งสองจะ
สัมผัสเท้าทั้งสองและดวงหน้าอันงดงามน่าดูของเธอ
แล้วทรมานตนให้ถึงกาลกิริยา.
[๕๑๑] สามกุมารถูกฆ่านอนอยู่ที่ป่าใด ดุจดวง
จันทร์ดวงอาทิตย์ตกลงเหนือแผ่นดินแล้วเกลือกเปื้อน
ด้วยฝุ่นทราย ป่านั้นเป็นป่าใหญ่ เกลือนกล่นด้วย
พาลมฤค ปรากฏเหมือนที่สุดอากาศ ผู้เป็นเจ้าทั้งสอง
จงอยู่ในอาศรมนี้แหละ.
[๕๑๒] ถ้าในป่านั้นมีพาลมฤคตั้งร้อย ตั้งพันและ
ตั้งหมื่น อาตมาทั้งสองก็ไม่มีความกลัวในพาลมฤค
ทั้งหลายในป่าไหน ๆ เลย.
[๕๑๓] ในกาลนั้น พระเจ้ากาสีทรงพาฤาษี
ทั้งสองผู้ตามืดไปในป่าใหญ่ สุวรรณสามถูกฆ่าอยู่ใน
ที่ใด ก็ทรงจูงมือฤๅษีทั้งสองไปในที่นั้น.
[๕๑๔] ดาบสดาบสินีทั้งสองเห็นสามกุมารผู้เป็น
บุตรนอนเกลือกเปื้อนฝุ่นทราย ถูกทิ้งไว้ในป่าใหญ่
ดุจดวงจันทร์หรือดวงอาทิตย์ตกเหนือแผ่นดินก็ปริเทว-
นาการน่าสงสาร ประคองแขนทั้งสองร้องไห้ว่าสภาพ
ไม่ยุติธรรมมาเป็นไปในโลกนี้ พ่อสามผู้งามน่าดู พ่อ