Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 164

เล่ม มมร. 63 หน้า 164 ข้อ 515 516
มาหลับเอาจริง ๆ เคลิบเคลิ้มเอามากมายดั่งคนดื่มสุรา เข้ม ขัดเคืองใครเอาใหญ่ ถือตัวมิใช่น้อย มีใจพิเศษ ในเมื่อกาลล่วงไปอย่างนี้ในวันนี้ พ่อไม่พูดอะไร ๆ บ้างเลย พ่อสามนี้เป็นผู้ปฏิบัติบำรุงเราทั้งสองผู้ตามืด มาทำกาลกิริยาเสียแล้ว บัดนี้ใครเล่าจักชำระชฎาอัน หม่นหมองเปื้อนฝุ่นละออง ใครเล่าจักจับกราดกวาด อาศรมของเราทั้งสอง ใครเล่าจักจัดน้ำเย็นและนำร้อน ให้อาบ ใครเล่าจักให้เราทั้งสองได้บริโภคมูลผลาหาร ในป่า ลูกสามะนี้เป็นผู้ปฏิบัติบำรุงเราทั้งสองผู้ตามืด มาทำกาลกิริยาเสียแล้ว. [๕๑๕] มารดาผู้ระทมจิตด้วยความโศกถึงบุตร ได้เห็นสามะผู้เป็นบุตรนอนเกลือกเปื้อนด้วยฝุ่นทราย ได้กล่าวคำสัจว่า ลูกสามะนี้ได้เป็นผู้ประพฤติธรรม เป็นปกติ ได้เป็นผู้ประพฤติดังพรหมเป็นปกติ ได้เป็น ผู้กล่าวคำจริงมาแต่ก่อน ได้เป็นผู้เลี้ยงบิดามารดา ได้ เป็นผู้ประพฤติยำเกรงต่อท่านผู้เจริญในสกุล เป็นผู้ เป็นที่รักยิ่งกว่าชีวิตของเราโดยความจริงใด ๆ ด้วยการ กล่าวความจริงนั้น ๆ ขอพิษของลูกสามะจงหายไป บุญอย่างใดอย่างหนึ่งที่ลูกสามะกระทำแล้วแก่เราและ แก่บิดาของเธอ มีอยู่ ด้วยอานุภาพกุศลบุญนั้น ทั้งหมด ขอพิษของลูกสามะจงหายไป. [๕๑๖] บิดาผู้ระทมจิตด้วยความโศกถึงบุตร ได้ เห็นสามะผู้เป็นบุตรนอนเกลือกเปื้อนด้วยฝุ่นทราย ได้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka