Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 246

เล่ม มมร. 63 หน้า 246 ข้อ 599
บทว่า กายา ได้แก่ หมู่พรหม. บทว่า ยาจโยเคน ได้แก่ ด้วยประกอบการขอร้อง หรือด้วยประกอบการวิงวอน อธิบายว่าด้วย ประกอบการบูชายัญ บทนี้เป็นชื่อของผู้ให้นั่นเอง แม้ด้วยประการทั้งสอง. บทว่า ตปสฺสิโน ได้แก่ ผู้อาศัยตบะ. ท้าวสักกเทวราชตรัสสรรเสริญว่า ดูก่อนพระมหาราช การประพฤติ พรหมจรรย์เป็นคุณมีผลมากกว่าทาน ร้อยเท่าพันเท่าแสนเท่า ด้วยประการฉะนี้ ครั้น ทรงแสดงควานที่การอยู่พรหมจรรย์เป็นคุณมิผลมากด้วยคาถาแม้ นี้แล้ว บัดนี้จะทรงแสดงพระราชาทั้งหลายในอดีต ผู้บริจาคมหาทานแล้วไม่สามารถ จะก้าวล่วงกามาพจรไปได้ จึงตรัสว่า พระราชาเหล่านี้ คือ พระเจ้าทุทีปราช พระเจ้า สาครราช พระเจ้าเสลราช พระเจ้ามุจลินทราช พระเจ้าภคีรสราช พระเจ้าอุสินนรราช พระเจ้า อัตถกราช พระเจ้าอัสสถราช พระเจ้าปุถุทธนราช และกษัตริย์เหล่าอื่นกับพราหมณ์เป็นอันมาก บูชายัญ มากมาย ก็ไม่ล่วงพ้นความละโลกนี้ไป. คาถานั้นมีความว่า ดูก่อนมหาราช พระราชาพระนามว่า ทุทีปราช ณ กรุงพาราณสีในกาลก่อน ทรงบริจาคทานเป็นอันมาก สวรรคตแล้วบังเกิด ในสวรรค์ชั้นกามาพจรนั่นแล พระราชาแปดองค์มีพระเจ้าสาครราชเป็นต้น ก็เหมือนกัน ก็พระราชามหากษัตริย์และพราหมณ์อื่น ๆ เหล่านั้นมากมาย ได้ บูชายัญเป็นอันมาก บริจาคทานมีประการไม่น้อย ก็ไม่ล่วงพ้นความละโลกนี้ กล่าวคือกามาวจรภูมิไปได้ จริงอยู่เหล่าเทพชั้นกามาพจร เรียกกัน ว่า เปตะ เพราะสำเร็จได้โดยอาศัยผู้อื่น เพราะเหตุกิเลสวัตถุมีรูปเป็นต้น สมด้วย พระพุทธภาษิตว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka