แม่น้ำชื่อสีทามีอยู่ทางด้านทิศอุดร เป็นแม่น้ำลึก
ข้ามยาก กาญจนบรรพตมีสีประหนึ่งไฟที่ไหม้ไม้อ้อ
โชติช่วงอยู่ในกาลทุกเมื่อ ที่ฝั่งแม่น้ำนั้น มีต้นกฤษณา
งอกงาม มีภูเขาอื่นอีกมีป่าไม้งอกงาม แต่ก่อนมามี
ฤๅษีเก่าแก่ประมาณหมื่นตน อาศัยอยู่ในภูมิประเทศ
นั้น หม่อมฉันเป็นผู้ประเสริฐสุดด้วยทาน ด้วย
สัญญมะและทมะ หม่อมฉันอุปัฏฐากดาบสเหล่านั้น
ผู้ปฏิบัติวัตรจริยาไม่มีวัตรอื่นยิ่งกว่า ละหมู่คณะไปอยู่
ผู้เดียว มีจิตมั่นคง หม่อมฉันจักนมัสการนรชนผู้
ปฏิบัติตรง จะมีชาติก็ตาม ไม่มีชาติก็ตาม เป็นนิตย
กาล เพราะสัตว์ทั้งหลายเป็นผู้มีกรรมเป็นเผ้าพันธ์
วรรณะทั้งปวงตั้งอยู่ในอธรรม ย่อมตกนรกเบื้องต่ำ
วรรณะทั้งปวงย่อมบริสุทธิ์ เพราะประพฤติธรรม
สูงสุด.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุตฺตเรน ความว่า ดูก่อนมหาราช
ในอดีตกาล มีแม่น้ำชื่อว่าสีทาไหลมาระหว่างสุวรรณบรรพตทั้งสอง ใน
หิมวันตประเทศด้านทิศอุดร เป็นแม่น้ำลึก ยานมีเรือเป็นต้นข้ามยาก เพราะ
เหตุไร เพราะแม่น้ำนั้นมีน้ำใสยิ่ง แม้เพียงแต่แววหางนกยูงตกในแน่น้ำนั้น
ก็ไม่ลอยอยู่ จมลงถึงพื้นทีเดียวเพราะน้ำใส ด้วยเหตุนั้นแหละ แม่น้ำนี้จึงมี
ชื่อว่า สีทา ก็กาญจนบรรพตเหล่านั้นใกล้ฝั่งแห่งแม่น้ำนั้นมีพรรณดุจไฟไหม้
ไม้อ้อโชติช่วง คือ สว่างอยู่ทุกเมื่อ. บทว่า ปรุฬฺหคจฺฉา ตครา ความว่า
ริมฝั่งแม่น้ำนั้นมีต้นกฤษณางอกงาม เป็นกฤษณาที่มีกลิ่นหอม. บทว่า