ท่านแสดงสุนัขไว้ ๕ สีอย่างนี้ ได้ยินว่า สุนัขเหล่านั้นตัวโตเท่าช้าง ไล่ติดตาม
สัตว์นรกที่แผ่นดินเหล็กอันลุกโพลง ดุจไล่เนื้อ กัดเนื้อเป็นชิ้นแล้วยังสรีระ
๓ คาวุตแห่งสัตว์นรกให้ล้มลงบนแผ่นดินเหล็กอันลุกโพลง เอาขาหน้าทั้งสอง
เหยียบอกของสัตว์นรกผู้ร้องลั่นอยู่ ทิ้งเนื้อกินให้เหลือแต่เยื่อในกระดูก แห่ง
สัตว์ผู้มีบาปธรรม. บทว่า คิชฺฌา ได้แก่ ฝูงแร้งมีจะงอยปากเป็นโลหะ
ตัวใหญ่เท่าเกวียนสินค้า แรงเหล่านั้น ทำลายกระดูกด้วยจะงอยปากเช่นกับ
ปลายทวน เคี้ยวกินเยื่อในกระดูก. บทว่า โกกาลุสงฺฆา ได้แก่ ฝูงกามี
จะงอยปากเป็นโลหะ น่ากลัวยิ่ง เคี้ยวกินสัตว์นรกที่มันเห็นแล้ว ๆ. บทว่า
เยเม ชเน ความว่า ถามว่า สัตว์นรกเหล่านี้ ที่ถูกฝูงกาเคี้ยวกิน ได้ทำ
บาปกรรมอะไรไว้. บทว่า มจฺฉริโน ได้แก่ ผู้ไม่ให้อะไรแก่ผู้อื่น ชื่อว่า
ตระหนี่. บทว่า ทรยา ได้แก่ กระด้างและตระหนี่ ห้ามผู้อื่นแม้กำลัง
บริจาคทาน. บทว่า สมณพฺราหฺมณานํ ได้แก่ ผู้ระงับบาปลอยบาปแล้ว.
แต่นั้นมาตลีเทพสารถี ยังประเทศนั้นให้อันตรธานขับรถไปข้างหน้า
สัตว์นรกทั้งหลายเหยียบแผ่นดินเหล็ก ๙ โยชน์ลุกโชติช่วง นายนิรยบาลติด
ตามไป ประหารแข้งด้วยท่อนเหล็กอันลุกโพลง ประมาณเท่าลำตาลล้มลงโบย
ด้วยท่อนเหล็กนั้นให้เรี่ยรายเป็นจุรณวิจุรณ พระราชาเนมิราชทอดพระเนตร
เห็นดังนั้น ทรงสะดุ้งกลัว เมื่อจะตรัสถามมาตลีเทพสารถี จึงตรัสคาถาว่า
สัตว์นรกเหล่านี้มีร่างลายลุกโพลง เดินเหยียบ
แผ่นดินเหล็ก และนายนิรยบาลโบยด้วยท่อนเหล็ก
แดง ความกลัวปรากฏแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็น
ไปของสัตว์นรกเหล่านั้น ดูก่อนมาตลีเทพสารถี เรา
ขอถามท่าน สัตว์นรกเหล่านี้ทำบาปอะไรไว้ จึงถูก