เบียดเบียนด้วยท่อนเหล็กนอนอยู่.
มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำรัสถาม
ตามที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบาปทั้งหลาย แด่พระ-
ราชาผู้ไม่ทรงทราบว่าสัตว์เหล่าใดเมื่อยังอยู่ในมนุษย-
โลก เป็นผู้มีบาปธรรมเบียดเบียนด่ากระทบชายหญิง
ผู้มีกุศลธรรม สัตว์เหล่านั้นมีกรรมหยาบช้า กระทำ
บาปกรรมแล้ว จึงถูกเบียดเบียนด้วยท่อนเหล็กนอนอยู่.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สญฺโชติภูตา ได้แก่ มีสรีระลุกโพลง
บทว่า ปวึ ความว่า ก้าวคือเหยียบแผ่นดินเหล็ก ๙ โยชน์ที่ลุกโพลง. บทว่า
ขนฺเธหิ จ โปถยนติ ความว่า เหล่าสัตว์นรกมีร่างกายลุกโพลง ถูกนาย
นิรยบาลติดตามประหารที่แข้งทั้งสอง ด้วยท่อนเหล็กลุกโพลงเท่าลำตาลให้ล้ม
แล้วล้อมโบยด้วยท่อนเหล็กเหล่านั้นแหละให้เรี่ยรายเป็นจุรณวิจุรณ เหมือน
ต้อนตีโคไม่เข้าคอกฉะนั้น. บทว่า สุปาปธมฺมิโน ได้แก่ เป็นผู้ธรรมอัน
ลามกด้วยดีสำหรับตน. บทว่า อปาปธมฺมํ ได้แก่ สมบูรณ์ด้วยคุณมีศีลและ
อาจาระเป็นต้น หรือปราศจากความผิด.
มาตลีเทพสารถีขับรถไปข้างหน้า นายนิรยบาลทั้งหลายทิ่มแทง
สัตว์นรกด้วยอาวุธอันลุกโพลง สัตว์นรกเหล่านั้นก็ตกลงในหลุมถ่านเพลิง
เมื่อสัตว์นรกเหล่านั้นจมอยู่ในหลุมถ่านเพลิงเพียงเอว นายนิรยบาลก็เอา
กระเช้าเหล็กใหญ่ตักถ่านเพลิงโปรยลงบนศีรษะสัตว์นรกเหล่านั้น สัตว์นรก
เหล่านั้นไม่อาจรับถ่านเพลิงก็ร้องไห้ มีกายไฟไหม้ทั่วดิ้นรนอยู่ พระเจ้า
เนมิราชทอดพระเนตรเห็นดังนั้น จึงตรัสคาถาว่า
สัตว์เหล่าอื่นร้องไห้มีกายไฟไหม้ทั่วดิ้นรนอยู่ใน
หลุมถ่านเพลิง ความกลัวปรากฏแก่เรา เพราะเห็น