พระมหาสัตว์ทรงแสดงธรรม ด้วยพระสุรเสียงอันไพเราะแก่เทวดา
ทั้งหลายอย่างนี้ เมื่อทรงแสดงประทับอยู่ ๗ วัน โดยการนับในมนุษย์ ยังหมู่
เทพเจ้าให้ยินดีประทับอยู่ท่ามกลางหมู่เทวดานั่นเอง เมื่อจะทรงพรรณนาคุณ
แห่งมาตลีเทพสารถี จึงตรัสว่า
มาตลีเทพสารถีผู้เจริญ เป็นผู้มีอุปการะมากแก่
หม่อมฉัน ได้แสดงสถานที่อยู่ของผู้มีธรรมอันงาม
และของผู้มีกรรมอันลามก แก่หม่อมฉัน.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โย เม กลฺยาณกมฺมานํ ปาปานํ
ปฏิทสฺสยิ ความว่า มาตลีเทพสารถีนี้ได้แสดงสถานที่เป็นที่อยู่ของเทวดา
ทั้งหลายผู้มีกรรมอันงาม และสถานที่ของสัตว์นรกทั้งหลายผู้มีกรรมอันลามก
แก่หม่อมฉัน.
ลำดับนั้น พระเจ้าเนมิราชเชิญท้าวสักกเทวราชมาตรัสว่า ข้าแต่-
มหาราช หม่อมฉันปรารถนาเพื่อกลับไปมนุษยโลก ท้าวสักกเทวราชจึงมี
เทวโองการสั่งมาตลีเทพสารถีว่า ท่านจงนำพระเจ้าเนมิราชเสด็จกลับไปใน
กรุงมิถิลานั้นอีก มาตลีเทพสารถีรับเทวบัญชาแล้วได้จัดเทียมรถไว้ พระเจ้า
เนมิราชทรงบันเทิงกับหมู่เทวดาแล้วยังเหล่าเทวดาให้กลับ ตรัสอำลาแล้ว
เสด็จทรงรถ มาตลีเทพสารถีขับรถไปถึงกรุงมิถิลาทางทิศปราจีน มหาชนเห็น
ทิพยรถก็มีจิตบันเทิงว่า พระราชาของพวกเราเสด็จกลับแล้ว มาตลีเทพสารถี
ทำประทักษิณกรุงมิถิลา ยังพระมหาสัตว์ให้เสด็จลงที่สีหบัญชรนั้น แล้วทูลลา
กลับ ไปยังที่อยู่ของตนทีเดียว ฝ่ายมหาชนก็แวดล้อมพระราชาทูลถามว่า
เทวโลกเป็นเช่นไร พระเจ้า ข้าพระเจ้าเนมิราชทรงเล่าถึงสมบัติของเหล่าเทวดา
และของท้าวสักกเทวราชแล้วตรัสว่า แม้ท่านทั้งหลายก็จงทำบุญมีทานเป็นต้น
ก็จักบังเกิดในเทวโลกนั้นเหมือนกัน แล้วทรงแสดงธรรมแก่มหาชน.