Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 301

เล่ม มมร. 63 หน้า 301 ข้อ 599
ครั้นกาลต่อมา พระมหาสัตว์เนมิราชนั้น เมื่อภูษามาลากราบทูลความ พี่พระเกศาหงอกเกิดขึ้น จึงทรงให้ถอนพระศกหงอกด้วยพระแหนบทองคำ วางในพระหัตถ์ ทอดพระเนตรเห็นพระศกหงอกนั้นแล้วสลดพระหฤทัย พระราชทานบ้านส่วยแก่ภูษามาลา มีพระราชประสงค์จะทรงผนวช จึงมอบ ราชสมบัติแก่พระราชโอรส เมื่อพระราชโอรสทูลถามว่า พระองค์จักทรงผนวช เพราะเหตุไร เมื่อจะตรัสบอกเหตุแก่พระราชโอรส จึงตรัสคาถาว่า ผมหงอกที่งอกขึ้นบนเศียรของพ่อเหล่านี้ เกิด แล้วก็นำความหนุ่มไปเสีย เป็นเทวทูตปรากฏแล้ว สมัย นี้จึงเป็นคราวที่พ่อจะบวช. พระเจ้าเนมิราชตรัสคาถาแล้ว เป็นเหมือนพระราชาองค์ก่อน ๆ ทรงผนวชแล้วประทับอยู่ ณ อัมพวันนั้นนั่นเอง เจริญพรหมวิหาร ๔ มีฌาน ไม่เสื่อม ได้เป็นผู้บังเกิดในพรหมโลก พระศาสดาเมื่อจะทรงทำให้แจ้งซึ่ง ความที่พระเจ้าเนมิราชนั้นทรงผนวชแล้ว จึงตรัสคาถาสุดท้ายว่า พระเจ้าเนมิราชราชาแห่งแคว้นวิเทหะ ผู้ทรง อนุเคราะห์ชาวมิถิลา ตรัสคาถานี้แล้ว ทรงบูชายัญ เป็นอันมาก ทรงเข้าถึงความเป็นผู้สำรวมแล้ว. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อิทํ วตฺวา ความว่า ตรัสคาถานี้ว่า อุตฺตมงฺครุหา มยฺหํ ดังนี้เป็นต้น. บทว่า ปุถุยญฺํ ยชิตฺวาน ได้แก่ ถวายทานเป็นอันมาก. บทว่า สญฺมํ อชฺฌุปาคมิ ความว่า ทรงเข้าถึง ความสำรวมในศีล ฝ่ายพระราชโอรสของพระเจ้าเนมิราชนั้น มีพระนามว่า กาลารัชชกะ ตัดวงศ์นั้น (คือเมื่อถึงคราวพระศกหงอกและทราบแล้วหาทรง ผนวชไม่).
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka